ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
“ชัชชาติ” อันดับ 1 ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเอนเกจเมนต์มากที่สุดในโซเชียลระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน“ชัชชาติ” อันดับ 1 ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเอนเกจเมนต์มากที่สุดในโซเชียลระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน
The Insight News
16 กันยายน : วันโอโซนโลก (World Ozone Day)

16 กันยายน : วันโอโซนโลก (World Ozone Day)

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

วันที่ 16 กันยายนของทุกปีเป็นวันโอโซนโลก (World Ozone Day) เกิดมาจากข้อตกลงของอนุสัญญาเวียนนาและพิธีสารว่าด้วยการใช้สารทำลายชั้นโอโซน ในปี 2528 และลงนามในพิธีสารมอลทรีออล ในปี 2530 โดยมุ่งสาระสำคัญไปที่ข้อตกลงระหว่างประเทศในการปกป้องชั้นบรรยากาศ และใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศสมาชิกภาคี ซึ่งประเทศไทยเราเองก็เป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกด้วยเช่นกัน

สาเหตุที่ต้องจัดตั้งสัญญานี้ขึ้น ต้องย้อนไปเมื่อปี 2525 นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบรูโหว่ขนาดใหญ่ในชั้นโอโซน เหนือทวีปแอนตาร์กติก แถบขั้วโลกใต้ ซึ่งเป็นผลมาจากสารคลอรีนใน CFC ที่ถูกกระแสลมพัดมาสะสมในเมฆชั้นสตราโตสเฟียร์ทำปฏิกิริยากันจนเกิดเป็นช่องโหว่ นานาชาติจึงเริ่มเล็งเห็นของปัญหาของการเกิดรูโหว่ครั้งนั้นอย่างจริงจังขึ้น โดยวิธีการเยียวยาช่องโหว่นั้นคือการลดสารที่ก่อให้เกิดมลพิษสะสมในชั้นบรรยากาศ โดยออกมาตรการดังนี้

  • เลิกใช้เรื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสาร CFCs เช่น สารทำความเย็นในตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ หรือสารที่อยู่ในกระป๋องสเปรย์ เป็นต้น 
  • ประหยัดไฟฟ้า
  • ช่วยกันปลูกต้นไม้ เพิ่มออกซิเจนให้กับชั้นบรรยากาศ
  • ลดการใช้พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
  • เน้นเดินทางด้วยพาหนะสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า, รถประจำทางและจักรยานมากขึ้น
  • ลดการปล่อยของเสียทั้งทางน้ำและทางอากาศ โดยเฉพาะควันเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและยานยนต์

โอโซน หรือ O3 คือก๊าซที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยจะอยู่ในชั้นที่สองของชั้นบรรยากาศโลก เป็นแหล่งเกิดปรากฎการณ์ฝ้าผ่า หรือแสงจากดวงอาทิตย์ เป็นต้น โอโซนเกิดจากออกซิเจน 3 อะตอม โมเลกุลเมื่อแตกตัวไปจากการกระตุ้นของรังสี UVC และจับตัวกับอะตอมออกซิเจนอิสระ จะกลายเป็นก๊าซโอโซนที่จะช่วงปกป้องมนุษย์จากรังสีอัลตร้าไวโอเลตบี (UV-B) ซึ่งหากมนุษย์รับรังสีนี้เข้าไปมากๆอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็วผิวหนังในมนุษย์ได้ง่ายและสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ โอโซนจะช่วงป้องกันการรับแสงที่มากเกินไปของพืชและสัตว์อีกด้วย

เพื่อกระตุ้นการตื่นตัวของภัยอันตรายนี้ Modernist ขอชวนไปติดตามสถานการณ์สภาวะโลกร้อนแบบเรียลไทม์ด้วย Carbon Clock ที่จัดทำโดยเว็บไซต์ Bloomberg Green ได้แสดงผลแบบเรียลไทม์ถึงค่าคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศบนโลกที่สูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง โดยมีการเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 ก็นับว่าใช้เวลาเก็บข้อมูลมา 71 ปีแล้ว ซึ่งจะแสดงค่าคาร์บอนรายเดือนโดยรวม ด้วยข้อมูลที่อ้างอิงมาจาก NOAA หรือ องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (Nation Oceanic and Atmospheric Administration) จากสหรัฐอเมริกาที่มีการเฝ้าจับตามองสภาวะการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศมาสักพักใหญ่แล้ว

โดยปริมาณค่าคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกิจกรรมมนุษย์นี้ ถูกวัดค่าด้วยปัจจัยที่หลากหลาย เช่น การเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลและการเผาป่า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดค่าก๊าซคาร์บอนที่สูงที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่คาร์บอนเอ้อละเหยในชั้นบรรยากาศนั้นจะเกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์เพียงอย่างเดียว ส่วนหนึ่งมาจากการดูดซับของมหาสมุทรและถูกปล่อยออกมา และส่วนอื่นๆเกิดจากการปล่อยก๊าซของพืช 

ซึ่งแน่นอนว่าในขณะนี้ระดับค่าคาร์บอนที่ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศได้แสดงผลแตะเกิน 400 ppm (ppm คือหน่วย Part per million หรือหนึ่งส่วนในล้านส่วน) ซึ่งเป็นปริมาณที่เยอะมากๆ เยอะเสียกว่ายุคอุตสาหกรรมที่คาดว่าทีการปล่อยเยอะที่สุดเสียอีก หลักฐานทางธรณีวิทยากล่าวว่า ระดับของคาร์บอนไดออกไซด์คงอยู่ที่ระดับนี้เทียบเท่ากับเมื่อประมาณ 3 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นยุคที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น 2-3 องศาเซลเซียส เหมือนกับว่าอุณหภูมิของโลกเริ่มกลับไปร้อนเทียบเท่ากับยุคหินแล้วด้วยซ้ำ

นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังคาดการณ์ว่าหากโลกเรายังไม่ลดก๊าซคาร์บอนในเร็ววันและยังคงเพิ่มระดับสูงไปเรื่อยๆเช่นนี้ โลกจะเข้าสู่ช่วงที่ร้อนสุดเท่าที่เคยเจอมา โดยในปี 2100 จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3 องศาเซลเซียสซึ่งมากกว่าก่อนยุคอุตสาหกรรมซะอีก 

ระดับคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นในรอบปีอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมันมักจะเพิ่มขึ้นช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวในซีกโลกเหนือ ในที่ซึ่งมีต้นไม้และพรรณพืชอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น และจะลดลงช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะลดการปล่อยก๊าซก็ต่อเมื่อถึงช่วงเวลาฤดูที่ต้องสังเคราะห์แสง แม้ว่าแนวโน้มการปล่อยก๊าซจะเพิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆก็ตาม

เว็บไซต์ Bloomberg Green ยังมีการแสดงผลเรียลไทม์ที่ไม่ได้มีแค่ผลค่าคาร์บอนเท่านั้น มีการเผยแพร่ข้อมูลเรียลไทม์ของ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีการแยกปริมาณก๊าซจากชนิดการปล่อยอย่างชัดเจน เช่นก ก๊าซที่ปล่อยจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์และอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งเป็นปัจจัยรองลงมาจากการปล่อนก๊าซคาร์บอนจากการเผลาเชื้อเพลิงที่กล่าวถึงไปแล้วในข้างต้น ต่อมาก็มลพิษการปล่อยควันเสียบนท้องถนนและโรงงานอุตสาหกรรม และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆเป็นต้น รวมไปถึงมีข้อมูลเรียลไทม์ของอุณหภูมิโลกที่เริ่มร้อนขึ้นและคาดการณ์ว่าจะร้อนได้อีกหากยังไม่มีมาตรการเร่งด่วนในการลดก๊าซมลพิษที่ก่อให้เกิดความร้อนเหล่านี้

ทุกวันนี้เราจะเห็นหรือได้ยินข่าวด้านสิ่งแวดล้อมเชิงปัญหาเยอะมากขึ้น รวมไปถึงการแปรปรวนของสภาพอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติมากมายที่ประเดประดังขึ้นเยอะมากในปีนี้ และเมื่อไม่นานมานี้ IPCC ได้ออกมารายงานความร้ายแรงของสภาพภูมิอากาศของโลกจึงต้องประกาศสัญญาณเตือน Red Code ซึ่งสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ ‘รหัสแดง’ IPCC รายงานวิกฤตการณ์โลกร้อนที่เกินมือมนุษย์จะแก้ไขแล้ว ทั้งนี้คงต้องจับตาดูท่าทีการประชุมของเหล่าผู้นำทั่วโลกและมาตรการที่จะขับเคลื่อนสภาวะร้ายแรงเหล่านี้ให้ทุเลาลง ว่าผลการประชุมจะมีมติและท่าทีอย่างไรต่อการกู้โลกใบนี้

ที่มา:

https://www.bloomberg.com/graphics/climate-change-data-green/carbon-clock.html

https://www.bloomberg.com/graphics/climate-change-data-green/emissions.html

https://www.bloomberg.com/graphics/climate-change-data-green/temperature.html

https://www.nanitalk.com/interesting-story/important-day/5059

https://thestandard.co/onthisday1609/

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด CALENDAR

รู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”

บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม” และอิทธิพลของเขาในระบบแรงงานไทย

Srawut··1 min read

รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”

บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือผู้ว่าฯ กทม. และวาทกรรมการเมือง “ระบอบอากง” ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569

Srawut··1 min read

TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง

โครงการ TH-AI Passport ของรัฐมนตรี ไชยชนก ชิดชอบ ถูกวิจารณ์เรื่องงบประมาณ กฎหมาย และการจัดซื้อจัดจ้าง ที่อาจเกิดผลกระทบต่อการเมืองและเชื่อมโยงกับรัฐบาลอนุทิน

Srawut··1 min read

“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตสมาชิกสนช. ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบรรจบกับค่ายส้ม

Srawut··1 min read