ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน“นงนุช เวิลด์ พัทยา” จับมือ Ctrip รุกตลาดโลก ชู Family Destination หนุนท่องเที่ยวไทย“สามารถ” กังขา กทม. พับแผนแก้มลิง “คู้บอน-บางชัน” ท้าเปิดข้อมูลพิสูจน์ !ชัยชนะ ยัน ศึกซักฟอกฯ ไม่ใช่บันเทิงธิปไตย มีหลักฐานเด็ดซัดรัฐบาลวิเคราะห์ผลสำรวจนิด้าโพล เมื่อน้ำท่วม กทม. ศรัทธาประชาชนอยู่ที่ใคร ?ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน“นงนุช เวิลด์ พัทยา” จับมือ Ctrip รุกตลาดโลก ชู Family Destination หนุนท่องเที่ยวไทย“สามารถ” กังขา กทม. พับแผนแก้มลิง “คู้บอน-บางชัน” ท้าเปิดข้อมูลพิสูจน์ !ชัยชนะ ยัน ศึกซักฟอกฯ ไม่ใช่บันเทิงธิปไตย มีหลักฐานเด็ดซัดรัฐบาลวิเคราะห์ผลสำรวจนิด้าโพล เมื่อน้ำท่วม กทม. ศรัทธาประชาชนอยู่ที่ใคร ?
The Insight News
ทำไมคนจำนวนมากจึงเชื่อว่า จะเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม ?

ทำไมคนจำนวนมากจึงเชื่อว่า จะเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม ?

Srawut
กองบรรณาธิการ
1 min read

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมช่วงนี้เราถึงได้ยินคำว่า “สงครามโลกครั้งที่สาม” บ่อยเหลือเกิน ?

ข้อมูลจากการสำรวจของ YouGov ในปี 2025 ชี้ให้เห็นความจริงที่สะท้อนความกังวลแห่งยุคสมัย ประชากรเกือบครึ่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา และกว่าครึ่งในยุโรปตะวันตก เชื่อว่าสงครามโลกครั้งที่สาม จะปะทุขึ้นภายใน 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า ที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ คนส่วนใหญ่เชื่อว่ามันจะจบลงด้วยการใช้อาวุธนิวเคลียร์และการสูญเสียชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้

คำถามคือ… ทำไมความหวาดระแวงนี้จึงฝังรากลึกในใจผู้คนทั่วโลก ? ความเชื่อนี้เป็นเพียง “ความตื่นตระหนก” หรือแท้จริงแล้วมันคือ สัญชาตญาณที่มองเห็นระเบียบโลกเก่ากำลังพังทลาย ? และต่อไปนี้ 5 ปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลกระทบก่อให้เกิดความเชื่อ

1. โรงละครแห่งภัยคุกคาม

ในยุคที่เราไถหน้าจอรับข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง ภัยคุกคามจากสงครามได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอนเทนต์ผู้นำทางการเมืองมักใช้วาทกรรมเรื่องความพินาศระดับโลกเป็นเครื่องมือสร้างคะแนนนิยม หรือที่นักจิตวิทยาเรียกว่า “โรงละครแห่งภัยคุกคาม” (Theater of Threat)

เมื่อเราเห็นภาพความรุนแรงและข่าวลือเรื่องสงครามซ้ำๆ จิตวิทยาของมนุษย์จะสร้างกลไกป้องกันตัวที่เรียกว่า “ภาวะการลดทอนความรู้สึก” เราเริ่มชินชากับความโหดร้าย

และเมื่อคนในสังคมเริ่มรู้สึกว่า “สงครามใหญ่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” แรงกดดันจากภาคประชาชนที่จะคอยเป็นเบรกยับยั้งผู้นำไม่ให้ก่อสงครามก็จะหายไป นี่คือสภาวะจิตวิทยาหมู่ที่อันตรายที่สุด เพราะมันเปรียบเสมือนการเปิดไฟเขียวให้ผู้นำรัฐกล้าตัดสินใจข้ามเส้นแดงโดยปราศจากแรงต้านจากมวลชน

2. ภาพหลอนจากอดีต ที่กำลังฉายซ้ำ

หากเรากางหน้าประวัติศาสตร์การเมืองโลกยุค 1930s (ช่วงเวลาก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2) มาทาบทับกับยุค 2020s เราจะเห็นความคล้ายคลึงเชิงโครงสร้างจนน่าขนลุก

ในอดีต วิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ทำให้สหรัฐอเมริกาคลอดกฎหมายกีดกันทางการค้า (Smoot-Hawley) จนเกิดสงครามการค้าที่ทำลายเศรษฐกิจโลก และกลายเป็นข้ออ้างในการขยายอำนาจของเผด็จการ

ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน เรากำลังเผชิญกับคลื่นลูกใหม่ของนโยบาย “America First” การตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐฯ การกระทำเช่นนี้กำลังทำลาย “ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ” ซึ่งเคยเป็นเกราะกำบังไม่ให้ชาติต่างๆ ทำสงครามกัน

3. ปี 2026: เมื่อกฎหมายระหว่างประเทศหมดความหมาย

โลกเราประคองความสงบสุขระดับมหภาคมาได้ 80 ปี เพราะเรามีกฎหมายระหว่างประเทศและกลไกพหุภาคีอย่างองค์การสหประชาชาติ (UN) คอยค้ำจุน แต่เสาหลักนี้ได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์ในปี 2026

การเปิดฉากปฏิบัติการ “Epic Fury” ของสหรัฐฯ และอิสราเอลเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและลอบสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ปลายกุมภาพันธ์ 2026 คือจุดเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์

ปฏิบัติการนี้สะท้อนการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะการใช้กำลังทหารเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองของรัฐอื่น ในขณะที่ UN และเวทีการทูตโลกถูกทำให้เป็นอัมพาตจากอำนาจยับยั้ง (Veto) ทำได้เพียงออกแถลงการณ์กระดาษเปล่า เหตุการณ์นี้ส่งสัญญาณเตือนภัยให้ทั่วโลกรู้ว่า “ระบบความยุติธรรมระหว่างประเทศได้ล่มสลายลงแล้ว” และโลกได้หวนคืนสู่กฎแห่งป่า ที่ประเทศมหาอำนาจสามารถกลืนกินผู้อ่อนแอกว่าได้ตามอำเภอใจ

4. โดมิโนแห่งภูมิรัฐศาสตร์: ไม่มีวิกฤตไหนแยกขาดจากกัน

สงครามโลกครั้งที่ 3 จะไม่ปะทุขึ้นจากวิกฤตเพียงจุดเดียว แต่จะเกิดจาก “วิกฤตลูกโซ่” (Contagion Effect) ที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ จากทั่วโลกเข้าด้วยกัน

ตะวันออกกลาง: การโจมตีอิหร่านนำไปสู่การตอบโต้ที่ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกปิด ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะยาน สร้างความโกลาหลต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโลก

ยุโรปตะวันออก: รัสเซียได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้มีทุนรอนไปหล่อเลี้ยงสมรภูมิยูเครนต่อไปได้ พร้อมทั้งฉวยโอกาสที่โลกกำลังจับจ้องตะวันออกกลาง ในการปรับยุทธศาสตร์สงครามยูเครน

อินโด-แปซิฟิก: จีนซึ่งต้องพึ่งพาน้ำมันจากอิหร่านมหาศาล กลับเลือกการทูตแบบสงวนท่าที แต่พลวัตนี้สร้างสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากสหรัฐฯ ต้องทุ่มสรรพกำลังไปตะวันออกกลาง อาจเกิดช่องว่างด้านความมั่นคงที่เอื้อให้จีนดำเนินการรวบรวมไต้หวันได้ง่ายขึ้น

ในขณะเดียวกัน พันธมิตรทางทหารอย่าง NATO ก็ได้ประกาศเตรียมความพร้อมเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบ โดยบรรลุข้อตกลงประวัติศาสตร์ในการเพิ่มงบกลาโหมขึ้นเป็น 5% ของ GDP ภายในปี 2035 เป็นการตอกย้ำว่า บรรดาผู้นำระดับโลกกำลังระดมทรัพยากรเพื่อเตรียมรับมือกับสงครามใหญ่เช่นกัน

5. การแข่งขันสะสมอาวุธยุคใหม่

ภาพของสงครามโลกแบบเดิมที่ใช้ทหารเกณฑ์วิ่งถือปืนเข้าห้ำหั่นกันอาจกลายเป็นอดีต เพราะสงครามยุคใหม่คือการผสานความน่าสะพรึงกลัวของ “อาวุธนิวเคลียร์” เข้ากับ “ปัญญาประดิษฐ์ (AI)”

ในขณะที่สนธิสัญญาควบคุมนิวเคลียร์กำลังจะหมดอายุลง มหาอำนาจต่างเร่งพัฒนาขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic) ที่สามารถหลบหลีกการสกัดกั้น แต่ตัวเร่งปฏิกิริยาที่แท้จริงคือ “สงครามอัลกอริทึม” (Algorithmic Warfare)

ในปฏิบัติการ Epic Fury สหรัฐฯ ได้นำโมเดล AI มาใช้ประมวลผลข้อมูลมหาศาลเพื่อสร้างเป้าหมายการโจมตีกว่า 1,000 จุด พร้อมระบุประเภทอาวุธและออกเอกสารความชอบธรรมทางกฎหมายเบ็ดเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงเริ่มมีการใช้โดรนโจมตีที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ

เมื่อกรอบเวลาในการตัดสินใจหดสั้นลงจากระดับ “วัน” เหลือเพียง “มิลลิวินาที” ความเสี่ยงที่จะเกิด “สงครามจากความผิดพลาด” จึงสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ผู้บังคับบัญชาที่เป็นมนุษย์อาจเชื่อมั่นในระบบอัตโนมัติมากเกินไป จนยอมทำตามคำสั่ง AI อย่างไร้ข้อกังขา

และเมื่อเครื่องจักรที่ปราศจากความรู้สึกเป็นผู้คุมเกม ต้นทุนความรับผิดชอบเชิงศีลธรรมต่อชีวิตมนุษย์ก็จะถูกลบออกจากสมการ ทำให้การตัดสินใจเข้าสู่สงครามเบ็ดเสร็จทำได้ง่ายขึ้น

6. “สงครามโลกครั้งที่สาม” ความเชื่อที่เกิดจากข้อสรุปเชิงตรรกะ

ความเชื่อที่ว่า “สงครามโลกครั้งที่สามกำลังจะเกิดขึ้น” จึงไม่ใช่แค่อุปทานหมู่ของมวลชน หรือความตื่นตระหนกที่ไร้เหตุผล แต่มันคือ “ข้อสรุปเชิงตรรกะ” ที่ผู้คนประเมินจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมจริง

เรากำลังมีชีวิตอยู่ในยุคที่สถาบันระดับโลกอ่อนแอจนพึ่งพาไม่ได้ ผู้นำชาตินิยมสุดโต่งกำลังเรืองอำนาจ เศรษฐกิจแตกเป็นเสี่ยงๆ และเทคโนโลยีแห่งการสังหาร พัฒนาไปเร็วกว่าจริยธรรม ทำให้นึกถึงคำว่าของ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” ที่ว่า “ผมไม่รู้ว่าสงครามโลกครั้งที่สาม จะรบกันด้วยอาวุธชนิดไหน แต่สงครามโลกครั้งที่สี่ จะรบกันด้วยท่อนไม้และก้อนหิน”

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor →

ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...

ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก

Srawut··1 min read

หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ

บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย

Srawut··1 min read

“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?

เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง

Srawut··1 min read

“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน

ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง

Srawut··1 min read