ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
‘การเจอกันของเรียลเวิลด์และเมืองทิพย์กวังยา’ เมื่อ aespa เชื่อมโลกสองใบด้วย SYNK: HYPERLINE

‘การเจอกันของเรียลเวิลด์และเมืองทิพย์กวังยา’ เมื่อ aespa เชื่อมโลกสองใบด้วย SYNK: HYPERLINE

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
2 min read

      “Spicy ไม่เหมือนเพลงที่ผ่านๆ มาของ aespa เลย”

      “ดีใจที่มาเรียลเวิลด์ได้จริงๆ สักที”

      “แต่เพลงนิ่งไปหน่อย ไม่สุด”

      “หรือพี่จะเอาบีทหนักๆ แบบเพลง Girls อีกรอบ?”

      หลังจากเราได้เห็น aespa (เอสป้า) ตามล่างูยักษ์สีดำที่เข้ามาแฮ็กระบบเมตาเวิร์ส หวังจะตัดการเชื่อมต่อระหว่างโลกแห่งความจริงกับโลกของ ae (อาย) ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นจากอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคลมาตั้งแต่เพลง Black Mamba (2020) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกๆ อย่าง ซึ่งสามารถย้อนอ่านเรื่องราวของพวกเธอตั้งแต่เริ่มต้นได้ในบทความ ‘จักรวาลนฤมิต เมืองทิพย์กวังยา’ ความสำเร็จ aespa ที่ไม่ไกลเกินฝัน และไม่ยากเกินความเข้าใจ

      ก่อนพวกเธอจะต้องออกเดินทางไปยังดินแดนต่างๆ ในโลกเมตาเวิร์สกับเพลง Next Level (2021) เพื่อตามหาและกำจัด Black Mamba ทว่าในช่วงระหว่างเดินทาง เหล่า aespa จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ คล้ายกับการตะลุยด่านในเกมตามที่เราเคยเห็นกันในเพลง Savage (2021) มาจนถึงเพลงสุดท้ายขององก์แรกอย่าง Girls (2022) ที่ดูเหมือนว่างูยักษ์สีดำจะถูกกำจัดลงแล้ว  

      ด้วยการร้อยเรียงเรื่องราวการเดินทางที่ติดต่อกันหลายบทเพลง ทำให้บางความคิดเห็นของเหล่าแฟนคลับเชื่อว่าภารกิจกอบกู้กวังยาของ aespa จบลงไปตั้งแต่สงครามในเพลง Girls เพราะ Black Mamba ที่พยายามแฮ็กระบบถูกกำจัดด้วยการเสียสละตัวเองของนาวิส (Narvis) 

      เมื่อเป็นแบบนี้ เราอาจไม่ได้เห็นการเชื่อมต่อระหว่างกวังยากับโลกแห่งความจริงบ่อยเท่าเก่าหรือไม่ เนื่องจาก aespa เสร็จสิ้นภารกิจในเมตาเวิร์ส จบสิ้นงานที่กวังยา และกลับมาใช้ชีวิตในเรียลเวิลด์ตามปกติธรรมดา 

      แต่ทุกอย่างจะเป็นแบบนั้นจริงหรือ?

การกลับสู่เรียลเวิลด์ของ aespa กับความคาดหวังถึงอนาคตของกวังยา?

      หากมองตามตรง เราไม่สามารถเดาทิศทางของ SM Entertainment ที่เป็นผู้สร้างจักรวาล SM Culture Universe (SMCU) และปูเส้นเรื่องเมตาเวิร์สให้กับ aespa ได้เลย ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งการเปลี่ยนผ่านผู้บริหาร ทีมทำเพลงที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันอยู่บ่อยๆ รวมถึงการประเมินแนวเพลงและการทำงานของศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปค่ายอื่นๆ ที่อยู่ในวงการเดียวกัน การมองว่า aespa จะไม่ทำเอ็มวีสไตล์เมตาเวิร์สอีกต่อไปดูจะไม่ใช่สิ่งที่การันตีได้เด็ดขาด แม้เพลงพรีรีลีสของอัลบั้มถัดมาจะชื่อว่า Welcome To MY World (2023) ก็ตาม

      หลังจากเรื่องราวการต่อสู้ระหว่าง aespa กับ Black Mamba ดูเหมือนปิดฉากไปกับเพลง Girls และพวกเธอก็ได้คัมแบ็คใหม่อีกครั้งกับมินิอัลบั้มชุดที่ 3 My World ที่มีเพลงนำชื่อ Welcome To MY World ที่คล้ายกับตอกย้ำว่า aespa กลับสู่เรียลเวิลด์แล้วจริงๆ ทว่าในเอ็มวีนี้เรายังได้เห็นนาวิสที่คิดว่าน่าจะตายไปแล้ว ได้เห็นเรื่องราวแปลกๆ ที่ซ่อนอยู่ในนั้น ซึ่งเราได้เคยเขียนถึงความน่าจะเป็นในหลายเส้นทางไว้ในบทความ ทฤษฎีสมคบคิดแบบเมืองทิพย์กวังยา หรือ ‘Welcome To MY World’ จะยังไม่ใช่ ‘โลกที่แท้จริง’ ของ aespa? 

      นอกจากนี้ เรายังได้เห็นความผิดปกติบางอย่างเพิ่มขึ้นอีกในเอ็มวีเพลง Spicy (2023) ซึ่งเป็นเพลงไตเติล ทั้งฉากเปิดที่มีก้อนวัตถุประหลาดมีขนสีต่างๆ รถยนต์บนท้องถนนที่มีสัญญาณติดๆ ดับๆ เหมือนเวลาโทรทัศน์รวน ตึกรามบ้านช่องที่บิดเบี้ยว รถที่ตกลงมาจากฟ้า ไปจนถึงข่าวในโทรทัศน์ก็กำลังรายงานเรื่องปรากฏการณ์ประหลาด ก็ทำให้เห็นว่าทุกความเป็นไปได้ยังคงเกิดขึ้นกับพวกเธอเสมอ 

      ก่อนหน้านี้เคยมีการพูดกันเล่นๆ ในหมู่แฟนคลับว่า ‘เอสป้าจะเลิกต่อยตีกับงูได้หรือยัง’ แต่พอถึงเวลาที่พวกเธอออกจากกวังยาแล้วกลับสู่โลกแห่งความจริง หลายคนก็รู้สึกอยากถอนคำพูดเดิมเสียอย่างนั้น เพราะการไม่ได้เห็นอะไรเกี่ยวกับเทคโนโลยีล้ำๆ คอนเซ็ปต์เกินจินตนาการที่บางครั้งถูกเรียกว่าจูนิเบียว เคล้ากับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เข้มข้น ก็พานให้รู้สึกโหวงใจอยู่ไม่น้อย จนก่อให้เกิดความคาดหวังว่าในไตเติลถัดๆ ไป เอสป้าจะกลับเข้าสู่คอนเซ็ปต์เดิมอีกครั้ง และสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Spicy เป็นเพียงการแวะหลังผ่านการเดินทางอันยาวนานบนโลกปกติธรรมดาเท่านั้น   

      ด้วยเส้นเรื่องจักรวาลนฤมิตที่ดูเหมือนจบ แต่สุดท้ายก็การันตีไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจบจริงๆ ก็ยังคงทำให้เรื่องราวของ aespa นั้นน่าสนใจและน่าติดตามอยู่เสมอ 

‘คอแห้ง’ ‘เค็มหวาน’ ‘ไม่สุข’ เส้นเรื่องหลากหลายรสชาติของ aespa

      นอกเหนือจากข้อสังเกตเรื่องกวังยาไม่กวังยา ความโดดเด่นของการคัมแบ็คครั้งนี้คือการได้เห็นมิติที่หลากหลายของ aespa มากขึ้น นอกจากเอ็มวีตัวเต็มอย่าง Welcome To MY World และ Spicy เรายังได้เห็น Track Video เพลงอื่นๆ ในอัลบั้มอีกด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่พวกเธอเดบิวต์มา 

      หนึ่งใน Track Video ที่น่าสนใจที่สุดตัวหนึ่งคือ Thirsty เล่าถึงความสัมพันธ์ของแก๊งเพื่อนสาววัยรุ่น มีเส้นเรื่องว่าด้วยความรัก ความลับ มิตรภาพ การแอบชอบ ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่เราทุกคนต่างเคยรู้สึก และตอนนี้ดูเหมือนว่า aespa ทุกคนก็กำลังเผชิญอยู่กับสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน 

      ที่บอกว่าเส้นเรื่องของ Thirsty น่าสนใจ นั่นเพราะเราแทบไม่เคยเห็นเรื่องราวความรักในเอ็มวีของพวกเธอเลย ก่อนหน้านี้ aespa มุ่งเน้นไปยังการต่อสู้กับ Black Mamba ควบคู่ไปกับการเล่าเรื่องมิตรภาพของกลุ่มเพื่อน การจับมือกันฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในโลกเมตาเวิร์ส และความสัมพันธ์กับนาวิส พอครั้งนี้พวกเธอเปลี่ยนมู้ดกลับมายังชีวิตของคนหนุ่มสาวทั่วไป เล่าถึงความรัก การเลิกรา ชีวิตวัยเรียน ส่งผลให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ และสีสันแบบใหม่ของ aespa ได้มากกว่าเดิม 

      Salty & Sweet ถือเป็นเพลงที่มายหลายคนลงความเห็นว่าเต็มไปด้วยกลิ่นอายแบบ aespa มากที่สุดในอัลบั้มนี้ ด้วยสไตล์ดนตรีที่คุ้นเคย จังหวะสนุกสนาน และงานภาพที่แปลกตา ความเข้ากันอย่างลงตัวนี้ส่งผลให้มีบางเสียงมองว่า Salty & Sweet สามารถเป็นพรีรีลีสที่โหมโรงก่อนการปล่อยเพลงไตเติลได้เลย 

      ในความคิดเห็นส่วนตัว I’m Unhappy คือ Track Video ที่เราชอบมากที่สุด เพราะมันเต็มไปด้วยปริศนา ความลึกลับ ว้าเหว่ เล่นกับลูปเวลาวนไปเวียนมาไม่รู้จบ ซึ่งเริ่มต้นด้วยฉากวิ่งอยู่ตรงทางเดินของตึกที่คล้ายกับโรงเรียนมัธยมของวินเทอร์ ก่อนถูกดึงเข้าสู่ห้วงเวลาที่ฉุดรั้งซ้ำแล้วซ้ำอีก 

      ไหนจะเรื่องราวของหนิงหนิงที่คล้ายกับว่าเธอคือเซนเตอร์ของทีมเชียร์ลีดเดอร์ ทว่าเธอกลับดูไม่มีความสุข ไร้ชีวิตชีวา คล้ายกับว่าเธอจะต้องทำการแสดงตลอดไป ไปจนถึงจีเซลผู้หม่นหมองแม้ทุกคนในงานปาร์ตี้จะกำลังสนุนสุดเหวี่ยง รวมถึงคาริน่าผู้ต้องเลือกว่าจะยอมติดอยู่ในลูปเวลาตลอดไปเหมือนเก่า หรือจะยอมแหกกรอบแล้วออกจากสิ่งที่เป็นอยู่ 

      ทั้งสามเพลงที่มี Track Video สั้นๆ แล้วเล่าเรื่องแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีทั้งความสดใสแบบชีวิตแก๊งเด็กผูู้หญิงวัยเรียน มีทั้งความลึกลับที่ให้อารมณ์คล้ายกับภาพยนตร์สยองขวัญ และงานภาพที่คงคอนเซ็ปต์ล้ำสมัย เผยความหลากหลายทางคอนเซ็ปต์ แม้เพลงทั้งหมดจะอยู่ในอัลบั้มเดียวกันก็ตาม 

      ด้วยความทันสมัย การเล่นกับเมตาเวิร์ส เนื้อเพลง งานโปรดักชันที่ถือเป็นภาพจำของเกิร์ลกรุ๊ปผู้เล่นกับคอนเซ็ปต์โลกอนาคต ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา เราได้เห็นคาริน่าปรากฏตัวอยู่ในคลิปวิดีโองาน World Expo 2030 กับการประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งที่ 172 ขององค์การนิทรรศการนานาชาติ (Bureau of International Expositions: BIE) ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส โดยทางเกาหลีใต้ได้นำเสนอผลงานในการประชุมที่มี aespa อยู่ในนั้น เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชมทั่วโลก ที่ทำให้เห็นว่าคอนเซ็ปต์ของพวกเธอก็นับเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่บริษัทเอกชนจนถึงรัฐบาลให้ความสำคัญอยู่ไม่น้อย 

เชื่อมกวังยากับเรียลเวิลด์ด้วย SYNK: HYPER LINE

      เมื่อคอนเซ็ปต์หลักของ aespa คือเมตาเวิร์ส ความทันสมัย การเล่นกับเทคโนโลยี พอถึงเวลาที่พวกเธอได้จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวเป็นของตัวเอง เราจึงได้เห็นแทบทุกอย่างที่พวกเธอเคยเล่าไว้ในมิวสิกวิดีโอและการ์ตูนสั้นผ่าน SYNK: HYPER LINE ที่นำเสนอการเริ่มต้นของโลกใบใหม่ เชื่อมมิติระหว่างเมตาเวิร์สกับโลกแห่งความจริงด้วย SYNK (ซิงก์) ที่เชื่อมโยงทุกตัวตนรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ

      ทุกคนที่ว่านั้นหมายถึง aespa อายของเอสป้า นาวิส รวมทั้งมาย เพื่อสร้างความทรงจำร่วมกัน ซึ่งการทัวร์คอนเสิร์ตที่ว่านี้ได้เปิดฉากไปตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ณ กรุงโซล เกาหลีใต้ รวมถึงการเข้าชมแบบออนไลน์ผ่าน Beyond LIVE ที่ทำให้มีมายมากกว่า 79 ประเทศทั่วโลกได้สร้างประสบการณ์ไปพร้อมกัน 

      SYNK: HYPER LINE ถือว่าเป็นการจัดทัวร์คอนเสิร์ตที่ประสบความสำเร็จมากครั้งหนึ่งของ SM Entertainment โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นกับการทัวร์ช่วงเดือนมีนาคมจนถึงเมษายน ที่สามารถจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตได้หมดทั้ง 10 รอบการแสดง กับผู้ชมมากกว่า 110,000 คน ยังไม่รวมการจัดทัวร์ใน Tokyo Dome (โตเกียวโดม) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 5-6 สิงหาคมนี้ แล้วทำให้ aespa ได้สร้างสถิติใหม่อีกครั้ง ด้วยการเป็นศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปต่างชาติที่สามารถจัดคอนเสิร์ตในโตเกียวโดมได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ 

      ในเมื่อ SYNK: HYPER LINE เกิดขึ้นไปแล้วในหลายที่ แฟนคลับหลายประเทศที่ยังไม่ถึงคิวของตัวเอง ต่างคาดหวังจะได้เห็นความอลังการของโปรดักชัน ได้ฟังเพลงฮิตและเพลงในอัลบั้ม ได้เห็นอายและนาวิส รวมถึงได้เห็นการโซโล่กีตาร์ของวินเทอร์ โซโล่ของคาริน่า การโชว์พลังเสียงของหนิงหนิง และเอนเนอร์จี้เต็มเปี่ยมของจีเซลโซโล่ ท่ามกลางทะเลแท่งไฟสีออโรร่าที่จะส่องแสงไปทั่วฮอล์

      เชื่อได้เลยว่าพวกเธอจะไม่มีวันทำให้เราต้องผิดหวัง 

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด Editor

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read