ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
พิสูจน์ความจนแบบรัฐศักดินา กับเบี้ยคนชราที่หายไป

พิสูจน์ความจนแบบรัฐศักดินา กับเบี้ยคนชราที่หายไป

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

เบี้ยผู้สูงอายุ หรือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คือสวัสดิการที่ทางภาครัฐ จัดสรรให้แก่ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นเงินช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายค่าครองชีพในแต่ละเดือน เนื่องจากรายได้จากอาชีพผู้สูงอายุที่ทำอยู่ในแต่ละเดือนอาจไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย โดยแต่ละปีจะมีการเปิดให้ผู้ที่มีคุณสมบัติรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุรายใหม่มาลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ

หนึ่งในเรื่องที่กำลังพูดถึง ณ ขณะนี้ คือการออกกำหนดการเงื่อนไขพิสูจน์รายได้ของผู้สูงอายุ ที่ต่อไปในอนาคตจะต้องตรวจสอบรายได้ว่าสมควรได้รับหรือไม่

นอกเหนือจากการที่ผู้สูงอายุจำนวนมากจะขาดเงินสนับสนุนเพื่อการยังชีพแล้ว การพิสูจน์รายได้ของผู้สูงอายุ ที่ต้อง “จนจริง” ยังสะท้อนให้เห็น แนวคิดของรัฐศักดินาโบราณ ที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐสวัสดิการ เพราะรัฐมองว่าพลเมืองเป็นเพียงแรงงาน เป็นเครื่องมือให้ผู้นำใช้ในการหาผลประโยชน์มาสนองความต้องการของตนเองและพวกพ้องเท่านั้น อีกทั้งประชาชนยังต้องอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ และถูกควบคุมไม่ให้แตกแถวออกไปจากการควบคุมของชนชั้นนำที่อยู่ยอดบนสุดของระบบศักดินา 

รัฐศักดินาไทย

ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ อธิบายว่ารัฐศักดินาไม่ว่าที่ไหนในโลก หากเปรียบอย่างง่ายๆ ก็คือระบบมาเฟียที่พัฒนาถึงที่สุด หมายความว่าเป็นระบบอำนาจที่ผูกติดกับตัวบุคคล

ระบบศักดินาเจ้าที่ดินไทยมีการแบ่งอย่างชัดเจนว่า ขุนนาง-ไพร่-ทาส มีที่ดินในครอบครองเท่าไร ไพร่และทาสต้องอยู่ในสังกัดกลุ่มชนชั้นนำ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าระบบเจ้าขุนมูลนาย แน่นอนว่าหากคุณอยู่ในสังกัดเจ้าขุนมูลนายที่ดี คุณก็จะได้รับการเลี้ยงดูที่ดี แต่หากคุณสังกัดในมูลนายที่โหดร้าย คุณก็จะได้รับการดูแลที่ไม่เท่าคนกลุ่มแรก ระบบอุปถัมภ์จึงมีรากฐานมาจากระบบศักดินาไทยนั่นเอง

ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่ประชาธิปไตย แต่ตะกอนของระบบศักดินาก็ยังตกทอดมาสู่ยุคปัจจุบัน เห็นได้ชัดเมื่อมีการรัฐประหาร พ.ศ. 2500 ที่นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการนำไปสู่ระบบอุปถัมภ์อีกครั้งหนึ่ง โดยที่จอมพลสฤษดิ์ มักอ้างระบอบของตนว่าเป็นระบอบพ่อปกครองลูก เปรียบตัวเองเป็นพ่อของประชาชน และผู้ที่อยู่รอบตัวหรือเครือข่ายของเขา ได้รับอภิสิทธิ์ ผลประโยชน์ต่างๆ โดยใช้อำนาจรัฐในการหาประโยชน์ให้กับตนเอง การรัฐประหาร พ.ศ. 2500 จึงเปรียบเสมือนการเปิดม่านจำแลงระบบศักดินาไทยเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย (ซึ่งหากมองในทัศนะของสากลเราก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าสมัยสฤษดิ์เป็นประชาธิปไตย) จนกลายเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่มีศักดินาแอบแฝงตกทอดจนมาถึงปัจจุบัน

เมื่อยุคของทหารผ่านไป หลังจากเหตุการณ์พฤษภา 2535  มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 หลายคนมองว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และรู้สึกถึงการกระจายอำนาจ ก่อกำเนิดระบบราชการส่วนท้องถิ่น แต่ระบบศักดินาที่ฝังรากลึกและฟื้นฟูอย่างชัดเจนสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยเรื่อยมา เห็นได้จากการที่การเมืองไทยอยู่ในระบบอุปถัมภ์ของบ้านใหญ่ในแต่ละจังหวัดที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และสามารถต่อรองผลประโยชน์จากรัฐบาลกลาง ผ่านตัว ส.ส. กลายเป็นว่าสถานภาพของ ส.ส. กลายเป็นผู้ทรงสิทธิ์ในระบบอุปถัมภ์มากกว่าการเป็นผู้แทนราษฎร กล่าวคือ เมื่อใดที่ ส.ส. ต้องการคะแนนเสียงในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง จำเป็นต้องพึ่งฐานคะแนนเสียงจาก ระบบราชการส่วนท้องถิ่นและท้องที่ นายก อบต. หรือกำนัน และเครือข่ายของพวกเขาจะเป็นหัวคะแนนให้กับ ส.ส. คนนั้น ในทางกลับกัน การผันงบประมาณจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น จำเป็นต้องพึ่งมือ ส.ส. ในการผันงบประมาณสู่ท้องถิ่น และหาก ส.ส. คนนั้นได้เป็นรัฐบาล หรือเป็นรัฐมนตรี ยิ่งมีศักยภาพในการดึงงบประมาณเข้าสู่พื้นที่ของตน หรือพื้นที่ที่สนับสนุนตนมากกว่าพื้นที่อื่นๆ นี่จึงเป็นระบบอุปถัมภ์ที่เราเห็นได้ชัดผ่านระบบการเมืองไทยที่ยังมีกลิ่นอายของศักดินาแอบแฝงอยู่และกลายเป็นบรรทัดฐานของระบบอุปถัมภ์ที่สำคัญต่อมาจนถึงปัจจุบัน

ศักดินาและประชานิยม สามารถเข้าได้อย่างเหมาะเจาะในรัฐที่ไร้สวัสดิการ อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ประเทศไทยผูกติดกับระบบอุปถัมถ์มาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคศักดินา สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ประชาธิปไตย ยุคประชาธิปไตยแบบไทยๆ สมัยจอมพลสฤษดิ์ จนมาถึงยุครัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 พัฒนาการของรัฐสวัสดิการไทยเป็นไปอย่างเชื่องช้าพอๆ กับประชาธิปไตยไทยที่ถูกรัฐประหารบ่อยครั้ง 

มาถึงยุคที่เรียกได้ว่ารัฐบาลประชานิยมสมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร เขาสามารถใช้นโยบายประชานิยมตอบสนองความต้องการของประชาชน เห็นได้จากการพักชำระหนี้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย 3 ปี และการลดภาระหนี้ รัฐบาลดำเนินโครงการนี้ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) โดยให้เกษตรกรสามารถเลือกพักชำระหนี้ 3 ปี โดยไม่เสียดอกเบี้ย หรือเลือกลดภาระหนี้ โดยรัฐบาลได้เข้าไปช่วยเกษตรกรในการปรับโครงสร้างและฟื้นฟูอาชีพของตนเอง เป็นการตอบสนองความต้องการของเกษตรกรผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ และเป็นภาพสะท้อนถึงความไร้เสถียรภาพของรัฐไทยที่ไม่เคยมีสวัสดิการหรือเงินทุนให้กับเกษตรกร จนเมื่อทักษิณเข้ามาใช้เงื่อนไขประชานิยมตอบสนองความต้องการของพวกเขา

หรือโครงการกองทุนหมู่บ้านละล้านก็เปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนได้โดยตรง ทำให้คนในท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการเงินในการลงทุนหรือประกอบกิจการขนาดเล็กได้ด้วยตัวเอง ก็เป็นอีกโครงการที่สะท้อนภาพของภาคประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ เมื่อมีนักการเมืองหรือรัฐบาลที่มีนโยบายประชานิยมเข้ามา จึงตอบสนองความต้องการของเขาได้ดี

การปฏิรูประบบราชการก็เป็นอีกนโยบายหนึ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทย โดยการปฏิรูปกระทรวง ทบวง กรม และลดขั้นตอนการดำเนินงานของภาครัฐให้น้อยลง เพื่อความสะดวกรวดเร็ว เช่น  การที่นักการเมืองสามารถเข้าครอบงำ สั่งการระบบราชการได้โดยตรง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ข้าราชการมีอำนาจในการครอบงำนักการเมือง เป็นการดึงระบบอุปถัมถ์มาสู่มือนักการเมืองโดยเฉพาะ จากพรรครัฐบาลทั้งในแง่การผันงบลงพื้นที่ รวมถึงควบคุมราชการไม่ให้แตะต้องระบบอุปถัมภ์ของตนเอง ทำให้นักการเมืองระดับท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์กับส่วนกลางและมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงก่อนรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540

รัฐศักดินา 5.0

การรัฐประหาร 2557 ยิ่งตอกย้ำความเป็นศักดินาของรัฐไทย กล่าวคือเราจะเห็นจากนโยบายสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จัดทำโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และพบปัญหาในการจัดทำโครงการดังกล่าวคือ ในปี 2561 ซึ่งเป็นปีแรกของการใช้บัตรคนจนนั้น มีเพียง 16% ของผู้ถือบัตรทั้งหมด เป็นคนจนที่มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนน้อยกว่า 2,700 บาท ซึ่งสัดส่วนนี้ลดลงเหลือเพียง 11% ในปี 2562 และ 13% ในปี 2563 นั่นหมายความว่า คนที่ ‘ไม่จน’ แต่ถือบัตรคนจนเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา นอกเหนือไปจากนั้น ในปี 2561 มีเพียง 1 ใน 5 ของคนจน (23%) เท่านั้นที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นี่จึงเป็นกระบวนการทำงานที่ตกหล่นอย่างมาก สะท้อนถึงรัฐศักดินาที่ไม่ใส่ใจสวัสดิการของประชาชน ทำให้สวัสดิการดังกล่าวไปไม่ทั่วถึง และสวัสดิการที่แท้จริงไม่ควรมีเงื่อนไขในการจะมอบสวัสดิการให้กับประชาชนทุกกลุ่ม แต่กระบวนการดังกล่าวกลับเลือกปฏิบัติกับคนในรัฐของตนเอง และยังไม่ทั่วถึงตามกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ด้วย

หรือกรณีการขอทุนการศึกษาสำหรับเด็กที่ต้องมีเงื่อนไขว่ายากจนเป็นพิเศษ และต้องทำแบบฟอร์มมากมายในการกรอกรายละเอียดขอทุน บ่งบอกถึงรัฐศักดินาที่ไม่ต้องการสร้างสวัสดิการให้กับประชาชนอย่างจริงจัง โดยสร้างเงื่อนไขไว้มากมาย ทำให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้ยากขึ้น

ล่าสุดรัฐบาลรักษาการของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้สร้างเงื่อนไขใหม่ที่มีผลกระทบต่อเบี้ยคนชรา คือมีการประกาศราชกิจจานุเบกษาออกมาใหม่ เปลี่ยนไปจากการที่ให้สิทธิทุกคนที่ไม่ได้รับเบี้ยบำเหน็จ บำนาญของข้าราชการ มาเป็นการให้สิทธิเฉพาะผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอตามคุณสมบัติที่คณะกรรมการกำหนดไว้ ทำให้ผู้สูงอายุในอนาคตที่มีอายุถึงเกณฑ์จะได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขดังกล่าว เช่น คนอายุ 60 จะมีแค่บางคนที่ได้รับสวัสดิการและคนบางกลุ่มก็จะไม่ได้รับสวัสดิการดังกล่าว

สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความล้มเหลวของรัฐสวัสดิการที่เลือกปฏิบัติแค่คนบางกลุ่ม หรือเลือกที่จะตัดงบที่เกี่ยวกับสวัสดิการมากกว่าการตัดงบประมาณการซื้ออาวุธให้กองทัพ

ทางออกแห่งความหวังว่าด้วยรัฐสวัสดิการ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาของประเทศไทย คือระบบศักดินาที่ฝังรากหยั่งลึกในระบอบการปกครองไทย นำไปสู่รัฐที่ไร้สวัสดิการ ทำให้ประชาชนต้องพึ่งระบบอุปถัมภ์จากนักการเมือง รัฐราชการรวมถึงผู้มีอำนาจ นี่คือภาพสะท้อนที่สำคัญที่เราควรเร่งดำเนินการให้ประเทศไทยมีรัฐสวัสดิการที่ตอบสนองประชากรทุกกลุ่มทุกคนได้อย่างทั่วถึง ก่อนที่ระบบศักดินาจะหยั่งรากลึกในการเมืองไทยด้วยระบบอุปถัมภ์จนประชาชนไม่สามารถลืมต้าอ้าปากได้ เพราะจะกลายเป็นเพียงประเทศที่คนจนต้อง “พิสูจน์” ว่าตัวเองจนจริง คู่ควรกับความช่วยเหลือจากรัฐ และใครที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจนจริงก็จะไม่ได้รับสวัสดิการใดในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ดังที่ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี  อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ศึกษาวิจัยด้านรัฐสวัสดิการ กล่าวว่า ก้าวแรกของสวัสดิการถ้วนหน้าคือการที่ผู้คนในสังคมจะต้องร่วมพูดคุยเพื่อสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชน และไม่ให้อภิสิทธิ์ชนเป็นผู้ออกแบบสวัสดิการแทนคนส่วนใหญ่ในประเทศ

หลักฐานอ้างอิง : the101 2 3 / illuminationseditions / matichon / prachatai 2 / nida / setthasarn / portal

เขียน สมเกียรติ วันทะนะ, ธงชัย วินิจจะกูล, นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, แพทริค โจรี, เดวิด สเตร็คฟัส, สมชัย ภัทรธนานันท์, ฐนพงศ์ ลือขจรชัย, ศิวศิลป์ จุ้ยเจริญ .เมื่อใดจึงเป็นชาติไทย

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด POLITICS

ย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืม

ภาพเฮลิคอปเตอร์อพยพผู้คนจากสถานทูตสหรัฐฯ ในไซง่อนปี 1975 เป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้ของอเมริกาในสงครามเวียดนาม บทเรียนจากความหวาดระแวง กลยุทธ์ผิดพลาด และการประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป.

Srawut··1 min read

จับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  

การเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก โดยมีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นแกนหลักของความขัดแย้ง

Srawut··1 min read

เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?

สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจากับอิหร่านล้มเหลว สถานการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางทหารและวิกฤตพลังงานโลก

Srawut··1 min read

“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”

สหรัฐเริ่มสกัดกั้นเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่านผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะจีนประกาศต้องการเข้าถึงพลังงาน สร้างเกมมหาอำนาจสามเหลี่ยมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง

Srawut··1 min read