
จัดเกรดกระทรวง “ครม. เศรษฐา” A, B, C วัดกันที่ตรงไหน ?
หลังจากที่ได้มีการโปรดเกล้าฯ นายเศรษฐา ทวีสิน ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพร้อมกับแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลนายเศรษฐาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ผลปรากฏว่า เก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ หรือที่เรียกว่า “กระทรวงเกรด A” ดูเหมือนจะอยู่ในมือของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่า สถานการณ์เช่นนี้อาจจะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าได้
แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า กระทรวงเกรด A, B, C คืออะไร วัดกันที่ตรงไหน และการได้ครอบครองกระทรวงเกรด A สำคัญอย่างไรต่อสถานการณ์การเมืองไทย The Modernist จะพาไปหาคำตอบ ที่นี่เลย
กระทรวง หมายถึง ส่วนราชการสูงสุดของราชการบริหารส่วนกลาง มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นหัวหน้า โดยประเทศไทยในปัจจุบันนี้มีกระทรวงทั้งหมด 20 กระทรวง ซึ่งรวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีฐานะเทียบเท่ากับกระทรวงด้วยเช่นกัน ความสำคัญของกระทรวงต่างๆ นั้น ในมุมมองของนักการเมืองได้จำแนกกระทรวงออกเป็น 3 เกรดหลักๆ คือ A B และ C
กระทรวงเกรด A คือกระทรวงที่มีความสำคัญในเรื่องของการใช้นโยบายและกฎหมายในการดำเนินทิศทางต่างๆของรัฐบาล ซึ่งบางครั้งนโยบายและกฎหมายเหล่านี้ก็เอื้อผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องของนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองด้วยกัน หรือนักธุรกิจ โดยเฉพาะนักการเมืองที่ต้องการเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกรด A เพื่อให้ตนนั้นมีผลงานสำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งถัดไป นอกจากนี้ยังเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณในการทำงานที่มหาศาล ทำให้สามารถสนับสนุนการกระทำดังกล่าวข้างต้นได้
ส่วนกระทรวงเกรด B และ C คือกระทรวงที่มีความสำคัญน้อยกว่ากระทรวงเกรด A ทั้งในด้านการใช้นโยบายและกฎหมายเพื่อเอื้อผลประโยชน์ รวมถึงงบประมาณที่ได้รับ ซึ่งกระทรวงในลักษณะนี้มักเป็นกระทรวงที่มีแผนงานในลักษณะที่เป็นนามธรรมมากกว่า ทำให้ได้รับงบประมาณในการดำเนินงานน้อยลงไปด้วย โดย The Modernist ได้จัดลำดับกระทรวงต่างๆ ไว้เป็นเกรด C, B และ A ดังนี้

กระทรวงเกรด C
เป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณที่น้อยกว่ากระทรวงเกรด A มาก และอาจจะเทียบเท่ากับกระทรวงเกรด B หรือไม่กระทรวงเกรด C บางกระทรวงอาจจะได้รับงบประมาณที่มากกว่ากระทรวงเกรด B แต่ไม่สามารถกำหนดนโยบายและทิศทางการทำงานของกระทรวงตนได้ หรือเป็นกระทรวงที่นักการเมืองมองว่าอาจสร้างผลงานของตนได้ยาก ดังจะเห็นได้จาก “กระทรวงการต่างประเทศ” ที่ไม่ได้แสดงบทบาทของตนเท่าไหร่นักจากกรณีการรัฐประหารและการต่อต้านรัฐบาลของ พล.อ. มิน อ่อง หลาย ในประเทศเมียนมา หรือแม้กระทั่ง “กระทรวงวัฒนธรรม” ที่ไม่ได้มีการกำหนดนโยบายของตนที่เป็นรูปธรรมมากนัก ซึ่งแตกต่างจากกระทรวงวัฒนธรรมของประเทศเกาหลีใต้ ที่มีการผลักดัน soft power ของตนจนสามารถสร้างมูลค่าหลายพันล้านวอนเข้าสู่ประเทศได้
กระทรวงที่อยู่ในเกรดนี้ ได้แก่
-กระทรวงการต่างประเทศ
-กระทรวงวัฒนธรรม
-กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
-กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
-กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
-กระทรวงแรงงาน
-กระทรวงยุติธรรม
กระทรวงเกรด B
เป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณมากกว่ากระทรวงเกรด C แต่น้อยกว่ากระทรวงเกรด A แต่บางกระทรวงอาจได้งบประมาณพอๆ กับกระทรวงเกรด A แต่เรื่องของนโยบายของกระทรวงอาจจะสร้างผลงานได้ไม่ชัดเจนจนสามารถนำไปเป็นเครื่องมือในการหาเสียงครั้งต่อไปได้ กระทรวงเหล่านี้มักจะเป็นกระทรวงที่มีผลงานทั้งในรูปธรรมและนามธรรม แต่บางกระทรวงก็สามารถเปลี่ยนเป็นกระทรวงเกรด A ได้ถ้ามีนโยบายที่สร้างผลงานให้กับนักการเมืองได้ เช่น “กระทรวงศึกษาธิการ” เป็นต้น
กระทรวงที่อยู่ในเกรดนี้ ได้แก่
-กระทรวงศึกษาธิการ
-กระทรวงอุตสาหกรรม
-กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
-กระทรวงสาธารณสุข
-กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
กระทรวงเกรด A
เป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณมากที่สุดในแต่ละปีงบประมาณ แต่ก็มีบางกระทรวงที่ได้รับงบประมาณเทียบเท่ากระทรวงเกรด B และ C แต่ถ้าเป็นกระทรวงที่สามารถดำเนินนโยบายเพื่อสร้างผลงานที่จับต้องได้ง่าย ก็อาจจะนับเป็นกระทรวงเกรด A ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น “กระทรวงพลังงาน” ที่ถึงแม้จะได้รับงบประมาณพอๆ กับกระทรวงเกรด B และ C แต่กระทรวงพลังงานนั้นควบคุมรัฐวิสาหกิจที่สามารถสร้างเม็ดเงินเข้ากระเป๋ารัฐบาลได้ คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) กับ “กระทรวงกลาโหม” ที่เป็นกระทรวงแห่งความมั่นคงของรัฐบาลที่ต้องมีรัฐมนตรีผู้ซึ่งสามารถทำงานกับรัฐบาลและกองทัพได้ เพื่อรักษาเสถียรภาพและผลประโยชน์ร่วมกันได้ เป็นต้น
กระทรวงที่อยู่ในเกรดนี้ ได้แก่
-กระทรวงกลาโหม
-กระทรวงมหาดไทย
-กระทรวงการคลัง
-กระทรวงคมนาคม
-กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
-กระทรวงพาณิชย์
-กระทรวงพลังงาน
ผู้เขียน : ณัฐชนน จงห่วงกลาง
ที่มา : pptvhd36 / thaipbs / waymagazine / the101 / bkktribune / brandinside / matichon
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด POLITICS →ระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %
โพลสำรวจชี้ว่าระบอบอากงไม่ส่งผลกระทบต่อความนำของ “ชัชชาติ” ซึ่งยังคงนำห่างอยู่ที่ 67.30 %
หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?
ทักษิณ ชินวัตร เผชิญหนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านบาท และต้องเลือกระหว่างการจ่ายหนี้ ยืดเวลา หรือเสี่ยงต่อการล้มละลาย
รู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”
บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม” และอิทธิพลของเขาในระบบแรงงานไทย
รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”
บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือผู้ว่าฯ กทม. และวาทกรรมการเมือง “ระบอบอากง” ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569



