หลังจาก “พรรคภูมิใจไทย” ประกาศชัยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ภาพฝันของการเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากที่แข็งแกร่งดูเหมือนจะอยู่แค่เอื้อม แต่เวลาผ่านไปเพียงแค่เดือนเศษ จาก “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1/2569 ของ นิด้าโพล (สำรวจวันที่ 19 – 24 มีนาคม ก่อนการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร) กลับสะท้อนถึงความผิดหวัง มากกว่าความคาดหวังที่มีต่อพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
เกิดอะไรขึ้นกับช่วงเวลา “ฮันนีมูน” ที่พรรคชนะการเลือกตั้งควรจะได้รับ ? คำตอบซ่อนอยู่ในรอยต่อของ “สุญญากาศทางอำนาจ” และ “วิกฤตปากท้อง” กับความเดือดร้อนที่รอไม่ได้

1. สุญญากาศ 60 วัน กับ ความเดือดร้อนที่รอไม่ได้
ตามกลไกกฎหมาย กกต. มีเวลา 60 วันในการรับรองผล ส.ส. ก่อนจะเปิดสภาและตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ นี่คือช่วงเวลา “สุญญากาศ” ที่ “ว่าที่รัฐบาล” มีสถานะแค่คนรอรับตำแหน่ง ขยับตัวสั่งการกลไกรัฐไม่ได้เต็มที่
แต่ปัญหาคือ “วิกฤตน้ำมันไม่รอการตั้ง ครม.”
ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนไม่ได้สนใจเงื่อนไขทางกฎหมาย สิ่งที่พวกเขามองหาคือ “ภาวะผู้นำ” การที่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยังไม่สามารถสื่อสารแนวทางแก้ปัญหาที่เฉียบขาด ความคาดหวังที่สูงปรี๊ดจากวันเลือกตั้ง จึงแปรเปลี่ยนเป็นผลโพลที่สะท้อนถึงความผิดหวังแทน
2. ผลโพลสะท้อนความเชื่อมั่นต่อพรรคผู้นำฝ่ายค้าน มากกว่าพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
จุดที่น่าขบคิดที่สุดจากตัวเลขนี้ คือความขัดแย้งกันเองระหว่างคะแนนนิยมของ “บุคคล” และ “พรรค”
สมรภูมิผู้นำ (คะแนนสูสี): เมื่อถามถึงบุคคลที่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) นำมาเป็นอันดับ 1 ที่ 30.60 % เบียด อนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) ในอันดับ 2 29.40 % แบบหายใจรดต้นคอ ชี้ให้เห็นว่าตัวนายอนุทินเองยังคงรักษาฐานความเชื่อมั่นและบารมีส่วนตัวไว้ได้ในระดับหนึ่ง
สมรภูมิพรรค (คะแนนขาดลอย): แต่เมื่อดูคะแนนพรรคการเมือง พรรคประชาชน พุ่งทะยานขึ้นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 35.80 % ทิ้งห่าง พรรคภูมิใจไทย ที่อยู่อันดับ 2 ด้วยคะแนนร้อยละ 26.60 เกือบ 10 จุด !
ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นใน “แบรนด์พรรค” ผู้คนอาจเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถของพรรคในการรับมือกับสึนามิเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน “พรรคประชาชน” ก็ได้อานิสงส์จากสภาวะวิกฤต ในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่สามารถวิจารณ์และเสนอทางออกได้ทันที โดยไม่ต้องแบกรับภาระการบริหาร ทำให้ดึง “คะแนนสั่งสอน” จากผู้ที่กำลังเดือดร้อนไปได้มหาศาล

3. เรตติ้งของเพื่อไทย กับประชาธิปัตย์ หลังการเลือกตั้งใหญ่
เมื่อหันมามองพรรคการเมืองระดับตำนาน ตัวเลขโพลนี้ได้บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
“พรรคเพื่อไทย” รั้ง อันดับ 3 ได้คะแนนนิยม 12.04 % ในขณะที่แคนดิเดตนายกฯ จากพรรค (ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) อยู่ใน อันดับ 5 (ร้อยละ 8.08) สะท้อนให้เห็นว่า ในความรู้สึกนึกคิดของประชาชน พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในสถานะพรรคขนาดใหญ่อีกต่อไป ซึ่งก็สอดคล้องกับผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมา
ส่วน “พรรคประชาธิปัตย์” ตามมาติดๆ ใน อันดับ 4 (ร้อยละ 11.64) แต่ที่น่าสนใจคือ คะแนนของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ใน อันดับ 3 (ร้อยละ 10.92) แซงหน้าแคนดิเดตจากเพื่อไทย ชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางความวุ่นวายและวิกฤต ฐานเสียงกลุ่มอนุรักษ์นิยมบางส่วนอาจเริ่มโหยหาภาพลักษณ์แบบนักการเมืองมืออาชีพที่ดูน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาธิปัตย์ยังคงประคองตัวและรักษาพื้นที่ของตัวเองไว้ได้อย่างน่าสนใจ
โพลนี้คือสัญญาณเตือนระดับสีแดงว่า ท่ามกลางวิกฤตปากท้อง ความอดทนของประชาชนจะสั้นลงเสมอ ทันทีที่จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ ภูมิใจไทยต้องเร่งโชว์ฝีมือแก้ปัญหาน้ำมันให้เห็นผลเป็นรูปธรรมทันที หากขยับตัวช้าหรือแก้ไม่ตรงจุด… คะแนนนิยมที่สะท้อนความผิดหวังมากกว่าความคาดหวังในวันนี้ อาจกลายเป็นวิกฤตศรัทธาที่สั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ประเทศไทยในวันที่พวกเราจะกลายเป็นแค่ "ผู้เช่า" ในแผ่นดินเกิด!...
ไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ลึกซึ้ง โดยทุนใหญ่ย้ายฐาน SME ตกงาน และระบบราชการล้าหลัง ตามสัญญาณเตือนจาก IMF และธนาคารโลก
หมากในเกมศึกซักฟอก..เมื่อ 'มารยาท' มันค้ำคอ
บทความวิเคราะห์การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา โดยเน้นท่าทีและจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
“ศิริโชค” จี้สอบลึกบ่อน Shuffle สั่งบล็อกคนไทยหนีการตรวจสอบ ! เปิดปมหุ้นบุริมสิทธิ 1 % เชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ ?
เว็บพนันออนไลน์ Shuffle ประกาศปิดกั้นผู้เล่นจากไทย ท่ามกลางการตรวจสอบเส้นทางเงินและสัดส่วนหุ้นบุริมสิทธิ 1% ที่เชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนักการเมือง
“ศิริโชค” เปิดปม “ไอเดียร์” บริจาคเงินให้ภูมิใจไทย โยงข้อสงสัยที่มาของทรัพย์สิน
ศิริโชค โสภา ตั้งคำถามเงินบริจาค 150,000 บาทให้พรรคภูมิใจไทยจากสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ท่ามกลางทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของความมั่งคั่ง




