ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?น่าสงสารประเทศ! มีเงินใต้พรมสี่ล้านล้าน ไม่ใช้ แต่ดันกล้าไปขอกู้ใหม่มาเพิ่ม ทำไมน้อ ?สรุปการแถลงของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ทวงคืนประเทศไทยหมดเวลาเรียน AI เดิมๆ AI Agent อัปเกรดเป็น Astra = JARVISผลโพลเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ. นนทบุรี ! “นฤพนธ์” ยืนหนึ่ง แบรนด์ผึ้งหลวง ยังทรงพลังประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ! เร่งจัดระเบียบ ปิดช่องโหว่กฎหมายสื่อระดับโลก กล่าวถึง “สวนนงนุช” ภาพลักษณ์พัทยาในมุมใหม่"ดาต้าเซ็นเตอร์" กลางกรุง เมื่อกฎหมายไดโนเสาร์ ตามไม่ทันโลกอนาคตมหากาพย์ “ฮั้ว สว.” กับวิชาตัวเบาของ กกต. เมื่อพ่อครัวยืนยันว่าผ้ากันเปื้อนสะอาด แต่ไม่ตอบว่าแกงบูดไหม?
The Insight News
เทียบหมัดต่อหมัด: รายได้ปี 2564 สินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นในไทย

เทียบหมัดต่อหมัด: รายได้ปี 2564 สินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นในไทย

ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

คอลัมน์ “หมัดต่อหมัด” รอบนี้ขอพาทุกคนมาสู่ดินแดนแห่งความสะอาด เชื่อว่าใครหลายคนคงต้องคุ้นเคยกับการทำงานบ้านบ้าง แม้กระทั่งทำความสะอาดร่างกาย และแน่นอนว่าหลายคนคงคุ้นแบรนด์ดังต่อไปนี้ ไม่ว่าจะเป็น ไลปอนเอฟ, เปา, ซิสเท็มมา, โชกุบุสซึ และอีกหลายแบรนด์ที่อยู่ภายใต้ ไลอ้อน (ประเทศไทย) อีกฟากหนึ่งคงไม่มีใครไม่รู้จัก แอคแทค, ไฮเตอร์, ลอรีเอะ, มาจิคลีน และอีกหลายแบรนด์เช่นกันที่อยู่ในเครือของคาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) ซึ่งทั้งสองบริษัทต่างเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน วันนี้เราจะมาเทียบหมัดต่อหมัดเกี่ยวกับรายได้ที่น่าสนใจกัน

เริ่มที่บจก.ไลอ้อน (ประเทศไทย) เจ้าของแบรนด์สินค้าอุปโภคไม่ว่าจะเป็น ไลปอนเอฟ, เปา, ซิสเท็มมา, โชกุบุสซึ รวมถึงแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด และบริษัท เดอะ ไลอ้อนแฟทแอนด์ออย ประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มต้นจากยาสีฟันก่อนในวันที่ 1 ธันวาคม 2510 ในชื่อ “ยาสีฟันไลอ้อน” ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น “ไลอ้อน (ประเทศไทย)” ในเวลาต่อมา มีผู้บริหารคือ บุญฤทธิ์ มหามนตรี ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท โดยรายได้ในปี 2564 มีรายได้รวม 18,730 ล้านบาท รายจ่ายรวม 17,606 ล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 988.9 ล้านบาท

ส่วนอีกบริษัทที่เป็นบริษัทญี่ปุ่นเต็มตัว คือ บจก.คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) เจ้าของแบรนด์สินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แอคแทค, ไฮเตอร์, ลอรีเอะ, มาจิคลีน และอีกหลายแบรนด์ จดจัดตั้งในวันที่ 24 กันยายน 2507 ห่างจากไลอ้อน 3 ปี มีผู้บริหารคือ ยูจิ ชิมิซึ มีทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท โดยในปี 2564 มีรายได้รวม 13,398 ล้านบาท รายจ่ายรวม 12,431 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 776.8 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สงครามของธุรกิจสินค้าอุปโภคนั้นในปี 2565 ยังคงดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาดหรือสร้างจุดขายต่างๆ ให้ดูน่าสนใจมากขึ้น และแย่งฐานลูกค้าให้ได้ในที่สุดอีกด้วย คงต้องจับตาดูกันต่อไป

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด BRANDING

ถอดรหัสยุทธศาสตร์ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของจีน

บรรยายพิเศษเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของจีน โดยดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร ในหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทยจีน เพื่อแนะแนวทางผู้ประกอบการไทยปรับตัวในยุคนวัตกรรม

Srawut··1 min read

ระวีฝากสารถึงนายกฯ รัฐต้องเร่งลงมือทวงอธิปไตยดิจิทัลไทย จากแพลตฟอร์มข้ามชาติ

ระวี ตะวันธรงค์ ฝากสารถึงนายกฯ เรียกร้องให้รัฐเร่งลงมือทวงคืนอธิปไตยดิจิทัลไทยจากแพลตฟอร์มข้ามชาติ เนื่องจากภัยคุกคามต่อสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ

Srawut··1 min read

จะเกิดอะไรขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า ! เมื่อ AI เก่งขั้นเทพ ?

งานวิจัย "The 2028 Global Intelligence Crisis" ของ James van Geelen สำรวจวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในปี 2028 เมื่อ AI แทนที่พนักงานออฟฟิศ ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและระบบเศรษฐกิจ

Srawut··1 min read