
ผ่าทางตัน กสทช. เมื่อประธานพ้นตำแหน่ง ‘โดยผลของกฎหมาย’ กับสุญญากาศทางธรรมาภิบาล
กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและสื่อมวลชนทันที เมื่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเอกฉันท์ตามคำวินิจฉัยชี้ขาดที่ 1/2569 ว่า ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย จากกรณีการรับค่าตอบแทนรายชั่วโมงในหน่วยงานของรัฐ ส่งผลให้ถือเป็นผู้ “สละสิทธิ” และต้องพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. โดยผลของกฎหมายทันที
คำถามสำคัญหลังจากนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ “กระบวนการปลดตามกฎหมายต้องทำอย่างไร ?” แต่ที่หนักหน่วงกว่าคือ “ระหว่างรอประกาศอย่างเป็นทางการ ประธาน กสทช. ยังควรปฏิบัติหน้าที่ต่อหรือไม่ ?”
1. กางเข็มทิศกฎหมาย: 4 ขั้นตอนนับถอยหลัง คืนเก้าอี้ประธาน กสทช.
การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการองค์กรอิสระตามกฎหมายมหาชน ไม่ใช่แค่การลุกออกจากเก้าอี้ แต่มีขั้นตอนการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องเดินหน้าอย่างเป็นระบบ ดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: แจ้งมติทางการ (1–3 วันทำการ)
ผู้รับผิดชอบ: ประธานกรรมการสรรหาฯ
กระบวนการ: ส่งคำวินิจฉัยฉบับเต็มไปยัง เลขาธิการวุฒิสภา และ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเข้าสู่ระบบพิจารณาของฝ่ายบริหาร
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจร่างประกาศและข้อกฎหมาย (7–15 วัน)
ผู้รับผิดชอบ: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) / คณะกรรมการกฤษฎีกา
กระบวนการ: ตรวจสอบความถูกต้องทางปกครอง แล้วยกร่าง “ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้กรรมการ กสทช. พ้นจากตำแหน่ง” โดยระบุวันที่มีผลย้อนหลังตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
ขั้นตอนที่ 3: นำความกราบบังคมทูลฯ (ตามขั้นตอนราชการ)
ผู้รับผิดชอบ: นายกรัฐมนตรี
กระบวนการ: นายกรัฐมนตรีลงนามเสนอนำความกราบบังคมทูล เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
ขั้นตอนที่ 4: ประกาศราชกิจจานุเบกษา & เริ่มสรรหาใหม่ (ภายใน 30–90 วัน)
ผู้รับผิดชอบ: สำนักงาน กสทช. และ วุฒิสภา
กระบวนการ: เมื่อมีพระบรมราชโองการลงมา นายกรัฐมนตรีจะลงนามรับสนองฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นสำนักงาน กสทช. จะแจ้งวุฒิสภาเพื่อจัดสรรหา กสทช. คนใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน

2. ทางสองแพร่งเชิงธรรมาภิบาล: ทำหน้าที่ต่อ VS หยุดปฏิบัติหน้าที่
ประเด็นดราม่าที่สุดในขณะนี้ คือข้อถกเถียงว่า นพ.สรณ ยังควรรร่วมนั่งประชุม เซ็นอนุมัติงบประมาณ หรือออกใบอนุญาตในระหว่างรอประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่?
ฝั่งอ้างสิทธิ์ทำหน้าที่ต่อ (Technical Angle):
นพ.สรณ และฝ่ายบริหารบางส่วน ชี้ถึง “หลักความต่อเนื่องในการบริการสาธารณะ” โดยมองว่าตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการฯ หรือคำสั่งศาลปกครองให้ทุเลาการบังคับ การปฏิบัติหน้าที่ต้องดำเนินต่อ เพื่อไม่ให้งานกำกับดูแลค่ายมือถือและทีวีดิจิทัลต้องชะงัก
ฝั่งเห็นว่าต้องหยุดทันที (Public Law Angle):
นักกฎหมายมหาชนโต้แย้งโดยอ้าง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (มาตรา 63/2) ว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ถือเป็นคำสั่งทางปกครองที่มีผลทันที การยื่นฟ้องศาลปกครองของผู้ถูกสั่ง ไม่ได้มีผลชะลอการบังคับคำสั่ง
ความเสี่ยงสูงสุด: หาก นพ.สรณยังคงเซ็นอนุมัติโครงการ ใบอนุญาต หรือมติบอร์ดใดๆ มติเหล่านั้นเสี่ยงถูกฟ้องเพิกถอนย้อนหลังในฐานะ “ออกโดยผู้ไม่มีอำนาจ” ซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่อุตสาหกรรมมหาศาล ยิ่งกว่าการหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →โลกไม่ได้กำลังเปลี่ยน แต่กำลังเปลี่ยน “ระบบปฏิบัติการ”
โลกไม่ได้เปลี่ยนเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยี แต่กำลังเปลี่ยน “ระบบปฏิบัติการ” ทั้งระบบ เข้าสู่ระเบียบโลกใหม่ที่ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวพร้อมกัน
ทรู ร่วมยินดี “AI Mastery for Media by True” รุ่นแรก หนุนสื่อใช้ AI อย่างรับผิดชอบ
ทรู ร่วมยินดีกับโครงการ “AI Mastery for Media by True” รุ่นแรก เพื่อหนุนสื่อใช้ AI อย่างรับผิดชอบ
ใจดีกับคนโกงชาติ แต่เกรี้ยวกราดกับคนไร้มารยาทจากต่างประเทศ ตลกร้ายของคนไทย
บทความวิจารณ์สังคมไทยที่มีมาตรฐานสองชั้น: โกรธแค้นต่อพฤติกรรมทรามของชาวต่างชาติแต่อนุโลมการทุจริตของเจ้าหน้าที่ นักการเมือง
เหตุผลที่ “สามารถ” เห็นด้วยกับ “การพับแลนด์บริดจ์”
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เห็นด้วยกับการพับโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะเป็นการเปลี่ยนจากแนวคิดโครงการเป็นยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์ศักยภาพแท้จริงของไทยมากกว่า



