หลังจากได้ฟัง Framework ของ ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ผมพบว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การเมือง หรือเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลกทั้งระบบ
โลกไม่ได้กำลังเผชิญหลายวิกฤต แต่กำลังเข้าสู่ “ระเบียบโลกใหม่” (New World Order) ที่ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวพร้อมกัน
1. Geopolitics : โลกเปลี่ยนจากการแข่งขันทางเศรษฐกิจ สู่การแข่งขันด้านความมั่นคง
การค้าเสรีกำลังถูกแทนที่ด้วยการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
Tariff, Chip War, AI, Rare Earth และ Energy Security ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นเครื่องมือของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ โลกจึงเข้าสู่ภาวะ “No Peace, No War” ไม่มีสงครามเต็มรูปแบบ แต่ก็ไม่มีสันติภาพที่มั่นคง

2. Technology : AI ไม่ใช่อุตสาหกรรม แต่คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่
AI จะเข้าไปอยู่ในทุกธุรกิจ ทุกองค์กร และทุกอาชีพ เหมือนไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตในอดีต
คุณค่าของมนุษย์จึงไม่ได้อยู่ที่ “ความรู้” อีกต่อไป แต่อยู่ที่ วิจารณญาณ ประสบการณ์ ความคิดเชิงวิพากษ์ และความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูล ตามที่สุรเกียรติ์เรียกว่า AI vs. Wisdom
โลกกำลังเปลี่ยนจาก Knowledge Economy ไปสู่ Intelligence Economy
3. Health และ Climate คือความมั่นคง ไม่ใช่แค่สาธารณสุข
โรคระบาด สังคมสูงวัย สุขภาพจิต และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังกลายเป็นปัจจัยกำหนดศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
แนวคิด Health Security และ Green Transition จึงไม่ใช่นโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่เป็นนโยบายเพื่อความอยู่รอดของเศรษฐกิจ
4. Economy : โลกกำลังเข้าสู่ยุค Capability Economy
ความได้เปรียบขององค์กรไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนต่ำ แต่อยู่ที่ความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัว
Data, AI, Talent และนวัตกรรม จะเป็นทุนสำคัญกว่าทรัพย์สินทางกายภาพ ขณะที่องค์กรทุกแห่งจะถูกกดดันให้เพิ่ม Productivity และใช้ AI ลดต้นทุน
5. Know the Unknown : ความไม่แน่นอนคือสภาวะปกติ
ประเด็นที่ทรงพลังที่สุดใน Framework ของสุรเกียรติ์ คือ Know the Unknown
โลกจะเต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่คาดการณ์ได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นสงคราม เทคโนโลยี โรคระบาด หรือภัยธรรมชาติ องค์กรและประเทศที่อยู่รอด จะไม่ใช่ผู้ที่วางแผนดีที่สุด แต่คือผู้ที่ ปรับตัวได้เร็วที่สุด
ประเทศไทยควรอยู่ตรงไหน ?
ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเป็นมหาอำนาจ แต่ควรใช้จุดแข็งในการเป็น Regional Connector ผ่านการทูต เศรษฐกิจ สุขภาพ อาหาร และข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
สิ่งที่ต้องลงทุนมากที่สุดไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือ คน ความรู้ ข้อมูล และความสามารถในการใช้ AI

บทสรุป
เมื่อเชื่อม Framework ของ ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เข้ากับแนวโน้มโลกด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ จะเห็นภาพเดียวกันว่า…
โลกไม่ได้กำลังเปลี่ยนเพราะ AI หรือสงคราม แต่กำลังเปลี่ยน “กติกา” ของการพัฒนา
ศตวรรษที่ 21 จะไม่ใช่การแข่งขันว่าใครมีข้อมูลมากที่สุด แต่เป็นการแข่งขันว่า ใครสามารถเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นปัญญา เปลี่ยนปัญญาให้เป็นการตัดสินใจ และปรับตัวได้เร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงของโลก
นั่นคือความท้าทายที่แท้จริงของประเทศไทย องค์กร และทุกคนในโลกยุคใหม่
———————————————–
บทความโดย ระวี ตะวันธรงค์
ผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารยุทธศาสตร์สื่อสารมวลชนระดับสูง รุ่นที่ 5 (บยสส. 5)
ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อสารมวลชน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
กรรมการจริยธรรม สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ
ที่ปรึกษา สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
ที่ปรึกษา สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
ที่มา : ปาฐกถาพิเศษในเวทีเปิดเรียนหลักสูตรผู้บริหารยุทธศาสตร์สื่อสารมวลชนระดับสูง รุ่นที่ 5 หรือ บยสส. 5 โดย ศ. (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2569 ดำเนินงานโดย บริษัท อิศรา ไทย เพรส เดเวลอปเมนท์ จำกัด
Srawut
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด Editor →ทรู ร่วมยินดี “AI Mastery for Media by True” รุ่นแรก หนุนสื่อใช้ AI อย่างรับผิดชอบ
ทรู ร่วมยินดีกับโครงการ “AI Mastery for Media by True” รุ่นแรก เพื่อหนุนสื่อใช้ AI อย่างรับผิดชอบ
ใจดีกับคนโกงชาติ แต่เกรี้ยวกราดกับคนไร้มารยาทจากต่างประเทศ ตลกร้ายของคนไทย
บทความวิจารณ์สังคมไทยที่มีมาตรฐานสองชั้น: โกรธแค้นต่อพฤติกรรมทรามของชาวต่างชาติแต่อนุโลมการทุจริตของเจ้าหน้าที่ นักการเมือง
เหตุผลที่ “สามารถ” เห็นด้วยกับ “การพับแลนด์บริดจ์”
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ เห็นด้วยกับการพับโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะเป็นการเปลี่ยนจากแนวคิดโครงการเป็นยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์ศักยภาพแท้จริงของไทยมากกว่า
เปิดประวัติ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. คนที่ 16
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16 โดยมีระยะเวลาในตำแหน่งยาวนาน 7 ปี




