โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทุนการผลิตผลงานโดยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
หากพูดถึงการรับข้อมูลข่าวสารทุกวันนี้แล้ว ช่องทางที่สำคัญในการรับข้อมูลข่าวสารนั่นก็คือ “สื่อสังคมออนไลน์” นั่นเอง โดยเฉพาะในยุคที่ใครๆ ก็เป็นสื่อได้แล้ว การผลิตสื่อให้เข้าถึงประชาชนจึงง่ายมากขึ้น และสะดวกต่อการส่งต่อมากยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ส่งต่อข้อมูลและสร้างความคลาดเคลื่อนของข้อมูลจริง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นระยะๆ อยู่เสมอ
หากดูข้อมูลของ We Are Social ที่ทำการสำรวจในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์และอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยแล้ว พบว่าคนไทยส่วนใหญ่กว่า 54.5 ล้านคนใช้อินเตอร์เน็ต มากกว่าปี 2564 ร้อยละ 0.2 หรือเพิ่มขึ้น 108,000 คน ในขณะที่คนใช้สื่อสังคมออนไลน์สูงขึ้นเป็น 56.85 ล้านคน เติบโตขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 3.4 หรือเพิ่มขึ้น 1,900,000 คน และจากสถิติยังเปิดเผยว่าคนไทยใช้เวลาไปกับอินเตอร์เน็ตต่อวันอยู่ที่ 9.06 ชั่วโมง โดยสัดส่วนในการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อติดตามข่าวสารอยู่ที่ร้อยละ 64.1 ของคนไทยทั้งหมด

นอกเหนือจากนั้น ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของคนไทยนั้น ร้อยละ 44.2 ของคนไทยทั้งหมดยังเน้นการอ่านข่าวประจำวันอีกด้วย โดยร้อยละ 93.3 ใช้ Facebook เป็นสื่อสังคมออนไลน์อันดับแรก และร้อยละ 40.8 นิยมเล่น Facebook เป็นหลักด้วย โดยโพสต์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดโดยเฉลี่ย คือโพสต์รูปบน Facebook ทั้งในส่วนตัวและในเพจ ได้ค่าเฉลี่ยที่ร้อยละ 0.11 นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนไทยนิยมเสพข่าวในรูปแบบไฟล์ภาพ หรือชื่อในวงการสื่อคือ “ข่าว.jpeg” เนื่องจากผู้ผลิตข่าวเล็งเห็นว่าสามารถเข้าถึงได้มากกว่า และดึงความสนใจได้ดีกว่า

ในขณะเดียวกัน ตามหลักของการวางรูปนั้น จะพบว่าผู้ดำเนินการผลิตได้ให้ความสำคัญกับพาดหัวข่าวเป็นหลัก กล่าวคือจะต้องใช้หลักการเดียวกับการพาดหัวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์สมัยก่อน เพื่อให้ดึงดูดคนอ่านให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องสื่อสารองค์ประกอบให้ได้ครบถ้วนที่สุดเช่นกัน ซึ่งในบางครั้งสื่อเองก็พลาดพลั้งในการนำเสนอ เช่น พาดหัวเกิดความผิดพลาด ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน หรือบางครั้งไม่ได้ระบุเวลาเผยแพร่ข่าว ซึ่งนั่นทำให้เกิดการส่งต่อด้วยการกดบันทึกรูปและนำไปแชร์ต่อในกลุ่มไลน์ครอบครัว หรือตามการสนทนาในสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ เป็นจำนวนมาก

ในพฤติกรรมของผู้อ่าน การที่มีข่าวที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลต่อความสะดวกสบายในการอ่านและส่งต่อข่าวได้อย่างรวดเร็ว แต่อาจจะส่งผลอันตรายต่อคนแชร์ หากการส่งต่อนั้นมีการบิดเบือนข้อมูล รวมไปถึงอันตรายต่อสังคมจากพาดหัวที่ล่อเป้า กล่าวคืออาจจะส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดได้อย่างง่ายดาย และเกิดการบันทึกเพื่อส่งต่อในนามของข่าวภาพ หรือ “ข่าว.jpeg” ได้ จากผลกระทบที่เคยเกิดขึ้นมานี้ สื่อหลายสำนักจึงได้ริเริ่มการระบุวันที่ผลิตข่าวลงบนภาพเพื่อทำให้ข่าวที่เผยแพร่ออกไประบุวันที่ชัดเจน และทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ว่าข่าวที่ลงเกิดขึ้นในวันไหน
ในขณะเดียวกันการผลิต Quote หรือคำจากข่าวก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคนที่สัมภาษณ์เช่นเดียวกัน เนื่องจากการที่ไม่ได้ระบุวันที่หรือแหล่งที่มาที่ชัดเจน นั่นย่อมทำให้เกิดการส่งต่อที่อาจทำให้คนสัมภาษณ์ได้รับผลกระทบ เช่น การวิจารณ์ การด่าทอโดยไม่เข้าใจหรือไม่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม เป็นต้น ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ผลิตเองต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษเช่นกัน
แล้วเราในฐานะผู้บริโภคจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร?
ในฐานะผู้บริโภคสื่อ วิธีการแก้ไขปัญหาที่ง่ายที่สุด และลดผลกระทบจากการแชร์ข่าวออกไป สามารถกระทำได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้
- หากได้รับข่าวในรูปของภาพ โดยมีเพียงพาดหัว อย่าเพิ่งเชื่อ ให้นำคำบนภาพไปค้นหา เพราะเนื่องจากพาดหัวในภาพส่วนใหญ่จะตรงกับพาดหัวบนเว็บไซต์
- หากไม่แน่ใจความสดใหม่ของข่าว ให้ตรวจสอบข่าวจากแหล่งที่มีความย่าเชื่อถือ และดูวันที่เป็นหลัก
- งดการส่งต่อข่าวหรือโควตคำด้วยอารมณ์ส่วนตัว หากยังไม่ได้อ่านข่าวทั้งหมด
- หมั่นตรวจสอบข้อมูลที่แชร์อยู่เสมอ เน้นข้อมูลที่มีความเป็นจริงและมาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเสมอ
- ไม่ส่งต่อข้อมูลหากข้อมูลนั้นไม่สามารถระบุแหล่งที่มาจากต้นทางแรกสุดได้

ซึ่งการใช้วิธีการนี้ นอกจากจะช่วยทำให้ครอบครัวและเพื่อนฝูงได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแล้ว ยังทำให้สังคมโดยรวมเข้าใจและลดปัญหาอื่นๆ ที่ตามมาได้ เพราะสิ่งที่คุณส่งต่อไป อาจจะส่งผลกระทบต่อใครหลายคนที่เป็นอยู่ก็ได้ โปรดตั้งสติก่อนส่งต่อข่าว
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด WATCH →เมื่อ #สื่อไร้จรรยาบรรณ เกิดขึ้น คนในวงการสื่อต้องแก้ตรงไหน?
ส่องสื่อ ในฐานะสถาบันสื่อที่ดำเนินการขึ้นเพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ในนิเวศสื่อ และเป็นสื่อที่เน้นสะท้อนสื่อด้วยกันเอง เราไม่รอช้าที่จะเก็บสถานการณ์สื่อที่เกิดขึ้น และมุ่งตรงไปถามยังนักวิชาการสื่อทั้ง 2 ท่าน เพื่อไขคำตอบและหาหนทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยทั้งนี้ ส่องสื่อไม่ได้มีเจตนาในการมุ่งให้ร้ายกับสื่อมวลชนสำนักใดสำนักหนึ่ง เพียงแต่เป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนเรียนรู้การทำสื่อมวลชนอย่างรับผิดชอบสังคมไปด้วยกัน และสร้าง Solution ที่ทำให้สังคมและสื่อเข้าใจร่วมกันในการนำเสนอในช่วงภาวะวิกฤตอีกด้วย
เมื่อการเสนอข่าวต้องมีความจริงมากกว่าความรู้สึก
จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงค่านิยมขององค์กรและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ที่สื่อมวลชนมีต่อสังคม
ทำไมคนเชื่อข้อมูลในไลน์มากกว่าการอ่านข่าว
เรามีสมาร์ทโฟนที่สามารถทำงานได้มากมาย นั่นจึงทำให้ขั้นตอนในการกระจายข่าวลดน้อยถอยลงไป กลับกันการมีสิ่งที่ทำให้สามารถกระจายข่าวได้เร็วขึ้นก็ย่อมส่งผลร้ายในการขาดการตรวจสอบข่าวที่ดีได้ด้วยเช่นเดียวกัน
“เฟมินิสต์” สู่ “เฟมทวิต” นิยามใหม่ในโลกทวิตเตอร์ของแนวคิดสตรีนิยม
เป็นระยะเวลากว่า 150 ปี นับจากวันแรกที่โลกได้รู้จักคำว่า ‘เฟมินิสม์’ หรือ ‘แนวคิดสตรีนิยม’ ซึ่งได้รับการบัญญัติอย่างเป็นทางการไว้โดยนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส




