“พัทยา” เมืองท่องเที่ยวแห่งแสงสีและชายทะเลหรือเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวว่า “เป็นเมืองหลวงแห่งเซ็กซ์” ข้อมูลจากเว็บไซต์มิร์เรอร์ของอังกฤษ ระบุว่า คนที่อาศัยในเมืองพัทยา 1 ใน 5 คน ค้าบริการทางเพศ หรือมีจำนวนถึง 27,000 คน ซึ่งสิ่งล่อใจนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือนเมืองนี้คือย่านโคมแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เรียงรายไปด้วยสถานค้าบริการทางเพศและบาร์อะโกโก้ ป้ายโฆษณาโปรโมตเซ็กซ์โชว์ เต้นรูดเสา เครื่องดื่มราคาถูก และอื่นๆ อีกมาก ขณะที่หญิงไทยนุ่งน้อยห่มน้อย ใบหน้าขาวด้วยรองพื้น ยื่นข้อเสนอนวดให้กับชายชาวตะวันตกที่เดินผ่านไปมา
แหล่งรวมร้านขายบริการทางเพศ
แม้การค้าบริการทางเพศในประเทศไทยเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่กลับมีแหล่งค้าบริการทางเพศเปิดให้บริการเป็นจำนวนมาก เพราะการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เคร่งครัด ซึ่งพัทยาเพียงแห่งเดียวมีบาร์และร้านนวดมากกว่า 1,000 แห่ง และส่วนใหญ่เปิดขายบริการทางเพศผิดแบบกฎหมาย
ทั้งนี้ในช่วงปี 2559 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬาได้ประกาศเปลี่ยนภาพจำเมืองพัทยาจากเมืองการท่องเที่ยวทางเพศให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับผู้หญิง แต่ทว่าผ่านมาแล้ว 7 ปี แต่กลับยังไม่สามารถลบล้างภาพจำเหล่านั้นได้ เพราะเมื่อไม่กันที่ผ่านมาเรื่องค้าบริการทางเพศได้กลับมาแดงอีกครั้ง
ลบภาพจำหรือปิดไว้ใต้พรม
หลังเมื่อ 24 ก.ย. 2565 ตำรวจขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่ซื้อบริการเด็ก 2 คน ซึ่งคนแรกเป็นชาวเยอรมนีตำรวจจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง และอีกรายเป็นชาวอังกฤษถูกแจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ระหว่างนั้นชายชาวเยอรมนีผู้ได้ยื่นขอประกันตัว โดยมีหลักฐานเป็นคำสั่งศาลจังหวัดพัทยา ลงวันที่ 7 พ.ย.2565 โดยศาลอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ เนื่องจากศาลเห็นว่าผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งในไทย มีธุรกิจที่ไทย มีภรรยาเป็นคนไทยและประสงค์ต่อสู้คดี ผู้ต้องหามีเหตุผลต้องไปต่างประเทศ ตามเอกสารของธนาคารและหุ้นส่วนทางธุรกิจ จึงอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ โดยให้วางหลักประกันเป็นเงินสด 500,000 บาท
ข้อมูลของตำรวจ พบว่า ผู้ต้องหาชาวเยอรมันได้ออกนอกประเทศไทยทันทีในวันที่ 7 พ.ย.2565 (วันที่ศาลอนุญาต) โดยออกทางสนามบินสุวรรณภูมิ มีกำหนดรายงานตัวในวันที่ 14 พ.ย.2565 แต่ผู้ต้องหาไม่มารายงานตัว ต่อมาวันที่ 16 ธ.ค.2565 ตำรวจส่งฟ้องคดีต่ออัยการ ส่วนคดีล่าสุดอัยการสั่งฟ้องต่อศาลแล้ว มีข้อสังเกตว่า ข้อมูลของตำรวจพยายามชี้ให้เห็นว่า ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวและอนุญาตออกนอกประเทศตามคำสั่งศาล จึงไม่มีเหตุผลให้ติดสินบน และตั้งข้อสังเกตว่าสินบนที่ผู้ต้องหาอ้าง อาจเป็นค่าประกันตัวและค่าดำเนินการของทนายความหรือไม่
เปลี่ยนภาพจำพัทยา
ด้านนายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี เล่าว่า ภารกิจแรกหลังได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรีคนแรก ได้เตรียมเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพัทยา ร่วมมือกันปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพัทยา จ.ชลบุรี ใหม่ เพื่อลบภาพในเรื่องของผู้หญิงขายเซ็กส์ บาร์เบียร์ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เปลี่ยนไปแล้ว ในขณะเดียวกันถ้าพัทยาไม่เปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ มีแต่รายได้จากการท่องเที่ยวของพัทยามีแต่จะน้อยลงไปเรื่อย ๆ
โดยสมัยก่อนนักท่องเที่ยวอังกฤษ เยอรมัน ยุโรป 80% มาพัทยาเพื่อเที่ยวบาร์เบียร์ แต่ปัจจุบันกลุ่มนี้ล้มหายตายจากไปพอสมควร เพราะนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่พฤติกรรมเปลี่ยนไม่เที่ยวบาร์เบียร์แล้ว ยิ่งช่วงหลังโควิด ธุรกิจบาร์เบียร์เจ๊งไปเยอะ มาตอนนี้พื้นที่ชายหาดพัทยาถือเป็นทำเลทอง ก็ขึ้นค่าเช่าบาร์เบียร์จนอยู่กันลำบาก
ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซียซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่มาเที่ยวพัทยาในตอนนี้นิยมมาเป็นครอบครัว ปัญหาที่ได้คุยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวของรัสเซียบอกว่าภาพลักษณ์ของพัทยาไม่ค่อยตอบสนองลูกค้าของเขา คนติดภาพการเป็นที่เที่ยวกลางคืน และผู้ชายต้องมาคนเดียว กลุ่มครอบครัวจึงมีการปรับเส้นทางไปเที่ยวภูเก็ตแทน ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้พัทยาเปลี่ยนไปเยอะแล้ว
พัทยามาถึงจุดที่ต้องแก้ไขก็ต้องมาคุยกัน ตั้งใจให้มีการทำเวิร์คช้อปเอเย่นต์ทัวร์รายใหญ่ๆ 5-6 ราย เพื่อให้ร่วมกันมองว่าชลบุรี และพัทยาเป็นอย่างไร ปัญหาคืออะไร ตอนนี้เป็นอย่างไร การได้รับความนิยมน้อยลงเพราะอะไร และอยากให้ทำอะไรเพิ่มเติม คงต้องถามความต้องการเป็นรายประเทศเลยไม่ว่าจะเป็น จีน เกาหลี รัสเซีย อินเดีย อังกฤษ เยอรมัน เพราะตอนนี้พัทยามีสิ่งอำนวยความสะดวก มีแหล่งท่องเที่ยวรองรับกลุ่มหลากหลายมากขึ้น เรียกว่า 10 ปีที่ผ่านมาพัทยาเปลี่ยนไปเยอะมีทั้งกีฬา และอีเว้นท์ใหญ่ และโรงแรมขนาดใหญ่หลายแห่งก็มีสวนน้ำ และสปา เพื่อรองรับกลุ่มครอบครัว ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เช่น ชุมชนชากแง้วและชุมชนตะเคียนเตี้ย เพียงแค่คนทั่วโลกยังติดภาพลักษณ์เดิม ๆ
การเปลี่ยนภาพจำเมืองพัทยาจากเมืองแห่งเซ็กส์โลกเป็นท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ถือเป็นความท้าทายของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพอสมควร เพราะที่ผ่านๆ มา รัฐบาลก่อนหน้าก็พยายามแก้ภาพเหล่านี้ให้หมดไป แต่ทว่าไม่สามารถประสบความสำเร็จ ท้ายที่สุดแล้วจะสามารถลบภาพเก่าเล่ามุมใหม่จะสามารถทำได้คือไม่ก็คงต้องฝากความหวังไว้กับรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด POLITICS →หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?
ทักษิณ ชินวัตร เผชิญหนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านบาท และต้องเลือกระหว่างการจ่ายหนี้ ยืดเวลา หรือเสี่ยงต่อการล้มละลาย
รู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”
บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม” และอิทธิพลของเขาในระบบแรงงานไทย
รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”
บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือผู้ว่าฯ กทม. และวาทกรรมการเมือง “ระบอบอากง” ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569
TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง
โครงการ TH-AI Passport ของรัฐมนตรี ไชยชนก ชิดชอบ ถูกวิจารณ์เรื่องงบประมาณ กฎหมาย และการจัดซื้อจัดจ้าง ที่อาจเกิดผลกระทบต่อการเมืองและเชื่อมโยงกับรัฐบาลอนุทิน




