ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
‘ย้อนวันวาน อิทธิพลจากสื่อไทย…ทำอะไรใน ‘6 ตุลา 19’ 

‘ย้อนวันวาน อิทธิพลจากสื่อไทย…ทำอะไรใน ‘6 ตุลา 19’ 

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

ครบรอบ 44 ปี ของการสังหารหมู่นักศึกษาและประชาชนภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เหตุการณ์ในครั้งนั้น ยังคงกล้ำกลืนอยู่ในหัวใจของผู้ที่สูญเสีย และยังคงไม่มีผู้ที่ออกมารับผิดชอบหรือแม้แต่จะแสดงความเสียใจต่อการกระทำที่กระทำต่อผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง ดั่งชีวิตพวกเขาเป็นผักปลา

‘6 ตุลา ลืมไม่ได้ จำไม่ลง’ ประโยคนี้ที่อ้างอิงจากชื่อหนังสือ “6 ตุลา ลืมไม่ได้ จำไม่ลง” คงจะใช้ในการอธิบายภาพเหตุการณ์ 6 ตุลา ได้มากที่สุด 

เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย ภายหลังจากชัยชนะในวันที่ 14 ตุลาคม ที่กลุ่มประชาชนและนักศึกษา ที่ประกอบไปด้วย นักศึกษา ชาวนา และแรงงาน ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง สามารถขับไล่รัฐบาลทหารของจอมพล ถนอม กิตติขจร ออกไปได้ แต่ชัยชนะในครั้งนั้นกลับเป็นชัยชนะแบบไม่เบ็ดเสร็จ ประหนึ่งเป็นแผนลวงที่กลุ่มประชาชนและนักศึกษาถูกหลอกว่าพวกเขาได้รับชัยชนะ

ทางด้านถนอม กิตติขจร ภายหลังจากที่ต้องออกนอกประเทศและลี้ภัยในต่างแดน แต่แล้วในวันที่ 19 กันยายน 2519 ถนอม ที่ถูกขับไล่ ได้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยในฐานะพระถนอม ซึ่งการกลับมาในครั้งนั้นทำให้มวลชนทั้งประชาชนและนักศึกษาแสดงความไม่พอใจ จนออกมาร่วมกันประท้วงเป็นจำนวนมาก เพราะหลังจากพระถนอม ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยได้เพียงหนึ่งปี เขาก็ทำการสึกจากการเป็นพระ

หลังจากนั้นไม่นาน ก็เกิดเหตุการณ์แขวนคอพนักงานการไฟฟ้าทั้ง 2 คน ซึ่งพวกเขาเป็นผู้ไปแจกใบปลิวเพื่อต่อต้านการกลับมาของถนอม อีกทั้งสื่อไทย ‘ดาวสยาม’ ได้ทำการตีแผร่ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ จากการที่นักศึกษาแสดงละครแขวนคอเพื่อทำการประท้วง โดยที่ ดาวสยาม ได้กล่าวอ้างว่านักศึกษาจงใจล้มล้างสถาบัน จากการที่ ดาวสยาม เลือกใช้รูปใบหน้าของนักศึกษาที่แสดงเป็นคนที่ถูกแขวนคอว่ามีใบหน้าคล้ายคลึงเจ้าฟ้าชาย

ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ของดาวสยามฉบับนั้น และเสียงจากวิทยุยานเกราะ นำมาซึ่งการปลุกละดมให้มวลชนฝ่ายขวา กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน กลุ่มกระทิงแดง เข้าปิดล้อม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 นั่นเอง จึงเกิดการปะทะเพื่อสลายการชุมนุมของนักศึกษานับพันที่ชุมนุมกันอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเหตุการณ์นองเลือดที่คร่าชีวิตผู้ชุมนุมไปอย่างน้อย 41 คน และมีบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

จากการที่สื่อมากมาย ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อวิทยุกระจายเสียงในเวลานั้น ทำการโฆษณาชวนเชื่อ และการใส่ร้ายป้ายสีที่รุนแรงอยู่ตลอดเวลา จนสร้างความโกรธแค้นให้มวลชนฝ่ายขวา จนเกิดเป็นความเลือดเย็น ที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกัน ภายใต้แนวคิดทางการเมืองที่ต่างกัน อย่างไม่เห็นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะวิธีการที่ฝ่ายขวาใช้พิฆาตซ้าย ทำให้เกิดการการนำร่างผู้เห็นต่างไปแขวนต้นไม้และใช้เก้าอี้ฟาด การลากร่างไร้วิญญาณไปตามพื้น การเผานั่งยาง หรือแม้กระทั่งการล่วงละเมิดทางเพศ 

ภาพ : บันทึก 6 ตุลา

อิทธิพลจากสื่อ ได้ชี้ชัดให้เห็นผ่านม่านประวัติศาสตร์ทางการเมืองในวันที่ ‘6 ตุลา’ ได้อย่างมากมาย และเช่นเดียวกันนั้น อิทธิพลที่สื่อได้รับจากการหนุนหลัง โดยกลุ่มเผด็จการฝ่ายขวา เลยทำให้เหตุการณ์ภายในรั้วธรรมศาสตร์ ลุกลามไปเป็นการฆาตกรรมหมู่ แม้จากวันนั้นจนวันนี้จะผ่านมา 44 ปี แล้วก็ตาม แม้จะยิ่งมีการขุดคุ้ยทางประวัติศาสตร์หลายชิ้นที่เป็นร่องรอยชิ้นสำคัญจาก ‘6 ตุลา’ เอาไว้ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้ชุมนุม และยืนยันว่าสื่อมีการปลุกกระแสที่สร้างความเกลียดชัง 

ในทางกลับกัน ‘6 ตุลา’ ยิ่งนานวันยิ่งถูกทำให้เลือนลาง ไม่มีการพูดถึงจากรัฐหรือสื่อหลัก ไม่มีการดำเนินคดีและหาผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ในครั้งนั้น และยังมีผู้สนับสนุนฝ่ายขวาอีกจำนวนไม่น้อย ที่ยังคงเชื่อว่า ‘การชุมนุมใน มธ. คือ พวกคอมมิวนิสต์ ถูกหนุนโดยต่างชาติ และไม่วายที่พวกเขายังคงเชื่อว่าการสังหารหมู่ในรั้วธรรมศาสตร์ในวันนั้น คือสิ่งที่ชอบธรรม เพื่อปกป้องชาติ ศาสน์ และสถาบัน

ตลอดเวลาหลายสิบปี สถานะทางเมืองในประเทศไทย ท่ามกลางอุดมการณ์ทางการเมืองที่ต่างกันยังคงเดินกันอยู่บนเส้นขนาน สื่อจึงมีบทบาทที่สำคัญต่อผู้คน และได้เข้ามีอิทธิพลในชีวิตประจำวันต่อการตัดสินใจของผู้คนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังเช่นอิทธิพลจากสื่อที่บีบคั้นหัวใจมวลชนฝ่ายขวา จนเปลี่ยนความโกรธภายในจิตใจของผู้คน ให้ออกมาร่วมกันทำการสังหารหมู่ในธรรมศาสตร์ สื่อได้ล้มลุกคลุกคลานมากับสถานะทางการเมืองไทยที่ร้อนระอุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มาโดยตลอด

หากเทียบกันระหว่างสื่อไทยในอดีตและปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า สื่อไทยในอดีต สมัยที่ผู้คนมากมายยังไม่สามารถเลือก platfrom ในการเสพข่าวได้มากนัก สื่อทีวีแบบอนาล็อก และวิทยุกระจายเสียง จึงมักถูกควบคุมโดยกองกำลังฝ่ายขวา จะเห็นได้จากในทุกๆเหตุการณ์บ้านเมือง นอกเหนือจากเหตุการณ์ ‘6 ตุลา’ ภายหลัง 30 ปีต่อมา เมื่อเกิดการรัฐประหาร 49 และการรัฐประหารปี 57 สื่อทีวีแบบอนาล็อกมักถูกควบคุมให้นำเสนอข่าวที่กองทัพได้เข้าทำการรัฐประหารตลอดทั้งวันทั้งคืน 

แน่นอนว่า ในปี 63 บทบาทของสื่อในยุคนี้แตกต่างจากสื่อในยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง เพราะสื่อในสมัยใหม่ที่ปรากฏอยู่บน platfrom ตาม social media ต่างๆ มีอิสระมากขึ้น และปราศจากการถูกควบคุมจากรัฐโดยตรงอย่างในสมัย ‘6 ตุลา’  จึงไม่ง่ายเลยสำหรับกองกำลังฝ่ายขวา หากพวกเขาจะยังใช้วิธีการปลุกเร้ามวลชนด้วยการป้ายสีผู้เห็นต่างทางการเมืองแบบเดิมๆ และนับเป็นความท้าทายกับปฏิบัติการ IO ที่พยายามแทรกซึมพื้นที่บนโลกออนไลน์ จากความพยายามที่ฝ่ายขวาเองก็ใช้วิธีการใหม่ๆ เพื่อทำลายขบวนการนักเคลื่อนไหวประชาธิปไตย 

วันนี้ 6 ตุลาคม 2563 ผ่านมา 44 ปี สถานการณ์ทางการเมือง ก็ยังคลับคล้ายคลับคลาไม่ต่างจากที่ผ่านๆมานัก  เพราะทุกครั้งที่ประชาธิปไตยกำลังจะเบ่งบานเมื่อใด สิ่งที่เหล่านักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังคงต้องเจอ ก็คือความสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตของพวกเขาเอง แต่ในการต่อสู้จากวันนั้นจนวันนี้ ก็เป็นสิ่งที่ประจักษ์ในสังคมว่า อุดมการณ์ประชาธิปไตยยังคงไม่เลือนหายและรอคอยเวลาที่จะได้กลับมาเบ่งบานอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง และไม่ว่าในท้ายที่สุด เหตุการณ์ต่อจากนี้จะเป็นเช่นไร แต่เหตุการณ์ ‘6 ตุลา’ ก็คงไม่มีใครลืมได้ลง และยังคงจำไม่ลืม และจะยังเป็นวันที่ระลึกถึงวีรชนผู้กล้าหาญตลอดไป 

ภาพโดย : เว็บไซต์บันทึก 6 ตุลา

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด IN FOCUS

เมื่อ #สื่อไร้จรรยาบรรณ เกิดขึ้น คนในวงการสื่อต้องแก้ตรงไหน?

ส่องสื่อ ในฐานะสถาบันสื่อที่ดำเนินการขึ้นเพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ในนิเวศสื่อ และเป็นสื่อที่เน้นสะท้อนสื่อด้วยกันเอง เราไม่รอช้าที่จะเก็บสถานการณ์สื่อที่เกิดขึ้น และมุ่งตรงไปถามยังนักวิชาการสื่อทั้ง 2 ท่าน เพื่อไขคำตอบและหาหนทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยทั้งนี้ ส่องสื่อไม่ได้มีเจตนาในการมุ่งให้ร้ายกับสื่อมวลชนสำนักใดสำนักหนึ่ง เพียงแต่เป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนเรียนรู้การทำสื่อมวลชนอย่างรับผิดชอบสังคมไปด้วยกัน และสร้าง Solution ที่ทำให้สังคมและสื่อเข้าใจร่วมกันในการนำเสนอในช่วงภาวะวิกฤตอีกด้วย

ระวี ตะวันธรงค์··5 min read

เมื่อการเสนอข่าวต้องมีความจริงมากกว่าความรู้สึก

จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงค่านิยมขององค์กรและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ที่สื่อมวลชนมีต่อสังคม

ระวี ตะวันธรงค์··1 min read

ทำไมคนเชื่อข้อมูลในไลน์มากกว่าการอ่านข่าว

เรามีสมาร์ทโฟนที่สามารถทำงานได้มากมาย นั่นจึงทำให้ขั้นตอนในการกระจายข่าวลดน้อยถอยลงไป กลับกันการมีสิ่งที่ทำให้สามารถกระจายข่าวได้เร็วขึ้นก็ย่อมส่งผลร้ายในการขาดการตรวจสอบข่าวที่ดีได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ระวี ตะวันธรงค์··1 min read

ข่าว.jpeg : สะดวกคนอ่าน อันตรายคนแชร์ โทษร้ายสังคม

หากพูดถึงการรับข้อมูลข่าวสารทุกวันนี้แล้ว ช่องทางที่สำคัญในการรับข้อมูลข่าวสารนั่นก็คือ “สื่อสังคมออนไลน์” นั่นเอง โดยเฉพาะในยุคที่ใครๆ ก็เป็นสื่อได้แล้ว การผลิตสื่อให้เข้าถึงประชาชนจึงง่ายมากขึ้น และสะดวกต่อการส่งต่อมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ระวี ตะวันธรงค์··1 min read