ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
แปลรักฉันด้วยใจเธอ กับฉาก Coming Out ที่ทรงพลังที่สุด

แปลรักฉันด้วยใจเธอ กับฉาก Coming Out ที่ทรงพลังที่สุด

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
1 min read

เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์

เราไม่ได้เขียนคอนเทนต์นี้เพื่อฝ่ากระแสข่าวบนโลกโซเชียลอะไรทั้งสิ้น และเราออกจะยินดีด้วยซ้ำที่บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และพีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ได้ขึ้นแสดงบนเวทีเฟสติวัลระดับโลกอย่าง Summer Sonic ที่ญี่ปุ่นในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งนั่นบ่งชี้ถึงการมีตัวตนของทั้งสองหนุ่มและดนตรี T-POP ในระดับโลกอีกครั้ง

แต่เมื่อเราเห็นข่าวทั้งหมด และประกอบกับที่ Modernist กำลังหมกมุ่นกับการเล่าเรื่องความหลากหลายทางเพศ รวมถึงเมื่อเรามีนักแสดงทั้งสองเป็นสารตั้งต้น เราก็อดนึกถึงผลงานที่ดีที่สุดของทั้งคู่อย่าง “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” (2020) ไม่ได้

กี่ครั้งที่เราดูซีรีส์เรื่องนี้ ทั้งดูเอง ดูกับเพื่อน หรือดูกับน้องๆ ในทีม เราทุกคนล้วนไม่ปฏิเสธว่านี่คือบทบันทึกการเติบโตของวัยรุ่นที่อยากมี “ความรัก” ของคนเพศเดียวกันที่ดีที่สุด เพราะมันเล่าถึงการฝ่าฝันอุปสรรคเรื่องกรอบแห่งเพศ การก้าวข้ามความสับสนในตัวเอง และการต่อสู้กับกรอบขนบครอบครัวจีน ทำให้เต๋ (บิวกิ้น) ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองที่จะต้องผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ รวมถึงการจัดการกับความสัมพันธ์ที่คลุมเครือของโอ้เอ๋ว (พีพี) ที่ยังรคอยคำตอบจาก “เพื่อน” คนนี้

ในตอนที่ 4 หลังจากที่เต๋และโอ้เอ๋วจูบกันใต้ทะเลลึก และโอ้เอ๋วเองก็ชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเต๋ แต่เขากลับไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้มัน “ถูกต้อง” และเป็นไปได้แค่ไหน เต๋เลยขอเพียงแค่ให้โอ้เอ๋วกลับมาเป็นเพื่อนกัน

แน่นอนว่าโอ้เอ๋วรับไม่ได้เพราะใจรักเต๋ไปแล้ว และได้แต่พร่ำถามเต๋ว่า “เขาผิดอะไร” ก่อนจะขอแยกทางด้วยการเลิกเป็นเพื่อนกับเต๋ เมื่อเขากลับบ้านไป พ่อกับแม่ของโอ้เอ๋วเห็นท่าไม่ดีเลยเรียกมาปลอบและคุยกัน เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาที่ทำให้โอ้เอ๋วร้องไห้

สิ่งที่โอ้เอ๋วถามแม่ทั้งน้ำตาด้วยเสียงสั่นเครือมีแค่ “พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวลูกมั้ยอะ”

“ภูมิใจสิลูก ภูมิใจทุกวันนั่นแหละ ไม่มีวันไหนที่พ่อแม่ไม่ภูมิใจในตัวลูกหรอกนะ ไม่เอานะ ห้ามถามแบบนี้อีกเลยนะ” แม่ตอบลูกชายก่อนจะร้องไห้ตาม

เป็นฉากสั้นๆ ที่ทำให้เราเห็นถึงความที่ลูก “กลัว” จะทำให้พ่อแม่ผิดหวังเพียงเพราะเขาไม่ได้อยู่ในกรอบเพศตามหนังสือสุขศึกษา แต่ในการสร้างความภูมิใจให้กับพ่อแม่ มันไม่ได้มีแค่การต้องเป็นในสิ่งที่สังคมเป็น แต่ขอให้ลูกมีความสุขและเป็นในสิ่งที่ตัวเองเป็น นั่นก็เพียงพอแล้ว

ฉากสั้นๆ นี้จึงระเบิดน้ำตาเราได้อย่างง่ายดายมากๆ จากคนที่เคย Coming Out กับที่บ้านแล้วได้ผลลบตามมา ก่อนจะใช้เวลาหลักสิบปีเยียวยาให้การเปิดตัวสัมฤทธิ์ผล และต่อให้ฉากนี้มันจะสั้นจนไม่ต้องให้อย่างยืดเยื้อ นี่คือกำลังใจหนึ่งที่เราในฐานะคนเพศหลากหลายอยากให้ครอบครัวเปิดใจในความ “กล้า” ที่ลูกจะเปิดตัวกับครอบครัว

ส่วนฝั่งเต๋เอง ระหว่างที่สับสนไปมาและต้องแบกรับความรู้สึกไว้คนเดียวจนครอบครัวเริ่มสังเกตได้ โกหุ้น (ณัฏฐ์ กิจจริต) จึงเรียกมาคุยบนดาดฟ้าของบ้าน ด้วยประเด็นที่ผิดขนบลูกคนจีนเต็มๆ เต๋เงียบไปนานก่อนจะรวบรวมความกล้าและพูดออกมาด้วยเสียงจากลำขอว่า “เต๋ชอบโอ้เอ๋ว” แล้วเต๋ก็ค่อยๆ ระบายความกลัวและกดดันของตัวเองออกมา

“ก็เข้าเป็นผู้ชาย เต๋ก็นึกว่าชอบได้แต่ผู้หญิง พอชอบแล้วก็รู้สึกแปลกๆ สับสนอะโก”

“แล้วถ้าเต๋คบผู้ชายอะ มันจะโอเคเหรอ เพื่อนจะคิดยังไงอะ โก ม๊าไม่โอเคหรอกอะ”

สุดท้ายโกหุ้นก็ค่อยๆ คลายปมในใจให้เต๋ฟังว่ายังไงเราก็เปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ จะมีทั้งคนที่โอเค และไม่โอเคที่เต๋จะคบโอ้เอ๋วเป็นแฟน

“แต่กูโอเค ถ้าน้องกูจะชอบผู้ชายอะ กูโอเค

“ส่วนม๊า ถ้าวันนี้มึงพร้อมก็เดินไปบอกเค้า ถ้าเค้าเข้าใจ มึงโคตรโชคดี แต่ถ้าเกิดม๊าไม่เข้าใจ มึงก็ไม่ต้องตกใจ มึงให้เวลาเค้านิดนึง สุดท้ายแล้วถ้าม๊ารู้เค้าว่ามึงรักคนที่มึงไม่ได้รัก แล้วมึงไม่มีความสุข ม๊าเองก็ไม่มีความสุข

“มึงแค่ทำในสิ่งที่มึงมีความสุขตั้งนานแล้ว มึงจะชอบใครก็ได้ ไม่แปลกเลยเว้ย”

เรื่องของเต๋เองบอกเราว่า ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะไม่เปิดตัวกับ “พ่อ” หรือ “แม่” การมีญาติหรือพี่น้องคอยหนุนหลังในการชัดเจนกับความรู้สึกตัวเอง และมีเขาอยู่เคียงข้างและพร้อม “เปิดใจ” รวมถึง “เข้าใจ” ในสิ่งที่เราเป็น สมาชิกคนอื่นก็พร้อมจะช่วยสร้างความเข้าใจและเป็นกำลังใจให้กับเราที่จะยืนหยัดในตัวตนที่เราเป็นและเชื่อมั่น

ไม่ว่าตอนนี้ใครจะยังเจอปัญหาการเปิดตัวที่ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัว ทั้งการยอมรับแบบมีเงื่อนไข หรือการปิดประตู ไม่เปิดใจ เราขอเป็นกำลังใจให้คุณยืนหยัดและเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณเป็น รวมถึงอยากทำความเข้าใจกับครอบครัวของคนมีเพศหลากหลายว่า ตัวตนที่คนในครอบครัวเป็น จะเป็นกุญแจสำคัญสู่การสร้างคุณค่า ความเชื่อมั่น และความสุขในการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะมี

เรื่องราวการก้าวข้ามอุปสรรคในการ Coming Out ของเต๋และโอ้เอ๋วนจึงเป็นบทเรียนที่ดี และเป็นการสร้างเสริมความเชื่อมั่นทั้งตัวของคนที่ยังเก็บซ่อนตัวเอง และครอบครัวที่ยังไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกหรือการวางตัวในครอบครัวและสังคมอย่างไร

แต่เราเชื่อว่า แค่เปิดใจ มันจะโอเคมากจริงๆ

IMAGE: NADAO BANGKOK

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด REWIND

เมื่อ #สื่อไร้จรรยาบรรณ เกิดขึ้น คนในวงการสื่อต้องแก้ตรงไหน?

ส่องสื่อ ในฐานะสถาบันสื่อที่ดำเนินการขึ้นเพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ในนิเวศสื่อ และเป็นสื่อที่เน้นสะท้อนสื่อด้วยกันเอง เราไม่รอช้าที่จะเก็บสถานการณ์สื่อที่เกิดขึ้น และมุ่งตรงไปถามยังนักวิชาการสื่อทั้ง 2 ท่าน เพื่อไขคำตอบและหาหนทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยทั้งนี้ ส่องสื่อไม่ได้มีเจตนาในการมุ่งให้ร้ายกับสื่อมวลชนสำนักใดสำนักหนึ่ง เพียงแต่เป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนเรียนรู้การทำสื่อมวลชนอย่างรับผิดชอบสังคมไปด้วยกัน และสร้าง Solution ที่ทำให้สังคมและสื่อเข้าใจร่วมกันในการนำเสนอในช่วงภาวะวิกฤตอีกด้วย

ระวี ตะวันธรงค์··5 min read

เมื่อการเสนอข่าวต้องมีความจริงมากกว่าความรู้สึก

จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงค่านิยมขององค์กรและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ที่สื่อมวลชนมีต่อสังคม

ระวี ตะวันธรงค์··1 min read

ทำไมคนเชื่อข้อมูลในไลน์มากกว่าการอ่านข่าว

เรามีสมาร์ทโฟนที่สามารถทำงานได้มากมาย นั่นจึงทำให้ขั้นตอนในการกระจายข่าวลดน้อยถอยลงไป กลับกันการมีสิ่งที่ทำให้สามารถกระจายข่าวได้เร็วขึ้นก็ย่อมส่งผลร้ายในการขาดการตรวจสอบข่าวที่ดีได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ระวี ตะวันธรงค์··1 min read

ข่าว.jpeg : สะดวกคนอ่าน อันตรายคนแชร์ โทษร้ายสังคม

หากพูดถึงการรับข้อมูลข่าวสารทุกวันนี้แล้ว ช่องทางที่สำคัญในการรับข้อมูลข่าวสารนั่นก็คือ “สื่อสังคมออนไลน์” นั่นเอง โดยเฉพาะในยุคที่ใครๆ ก็เป็นสื่อได้แล้ว การผลิตสื่อให้เข้าถึงประชาชนจึงง่ายมากขึ้น และสะดวกต่อการส่งต่อมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ระวี ตะวันธรงค์··1 min read