ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้สวนนงนุชจัดพิธีเปลี่ยนธงมนตรา เติมสีสันท่องเที่ยวไทยย้อนรอยการแพ้สงครามเวียดนาม ประวัติศาสตร์ที่อเมริกาอยากลืมจับตา เจรจารอบ 2 สหรัฐฯ อิหร่าน ! เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์  เมื่อฮอร์มุซถูกปิดล้อม ! ทางกลับสู่โต๊ะเจรจา หรือเส้นทางสู่สงคราม ?“สามฉากทัศน์ใน ฮอร์มุซ“ เมื่อสหรัฐ ‘คุมทาง’ จีน ‘ต้องใช้ทาง’ และอิหร่าน ‘อยู่บนทาง’”ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง CENTCOM ประกาศเริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซสวนนงนุช จัดใหญ่ มหาสงกรานต์ดอกไม้บานรู้จัก CENTCOM หน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงมากสุดในเวลานี้
The Insight News
คอนเทนต์ครีเอเตอร์กับจรรยาบรรณที่หายไป (และควรมี) ?

คอนเทนต์ครีเอเตอร์กับจรรยาบรรณที่หายไป (และควรมี) ?

adisak.mha
adisak.mha
กองบรรณาธิการ
1 min read

นูเซอีร์ ยัสซิน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับ หรือที่รู้จักกันในโลกอินเทอร์เน็ตว่า นาสเดลี่ย์ (Nas Daily) ผ่านวิธีการทำคอนเทนต์ที่กระชับ การนำเสนอที่คนทั่วโลกเข้าถึงง่าย และการเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก เขาสร้างผลงานและความน่าเชื่อถือในทุกที่ที่ไปเยือน แต่อย่างไรก็ตาม การที่มีพื้นที่สาธารณะเป็นของตัวเองมักจะมาพร้อมกับความรับผิดชอบซึ่งคอนเทนต์ครีเอเตอร์หลายคนไม่มี และความรับผิดชอบนี้เองที่นาสเดลี่ย์ก็มีปัญหาอยู่หลายครั้งไป

ในครั้งที่นาสเดลี่ย์ได้รับเชิญไปประเทศฟิลิปปินส์เพื่อถ่ายทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ The Cacao Project อันเป็นโครงการที่ช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่ของเมืองซานเฟอร์นานโด (San Fernando) เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวชาวนาที่ยากจน โดยที่ลูอิซ มาบูโล เจ้าของโครงการในตอนนั้น คาดหวังกับนาสเดลี่ย์เป็นอย่างมากว่าเขาจะช่วยขยายโครงการนี้ให้เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง แต่สิ่งที่เธอเจอกลับเป็นความผิดหวังในคนที่เธอเชื่อว่าเป็นคนช่วยเหลือสังคม

“ฉันเห็นเขาล้อเลียนสำเนียงภาษาพื้นบ้าน” ลูอิซกล่าวไว้ “เขาเลียนเสียงตากาล็อกเพี้ยนไปจนน่าบัดซบเลย แถมยังมีหน้ามาพูดบอกว่าคนในบ้านเกิดฉันมัน ‘จน’ บ้าง” เขายังพูดอีกว่า “ชาวนาจนมาก ๆ” และ “ทำไมคนฟิลิปปินส์จนขนาดนี้” ลูอิซกล่าวต่อไปว่า “เขาบอกว่าไม่มีใครที่ไหนอยากได้ยินเรื่องชาวนาชาวไร่หรอก มันไม่ใช่คอนเทนต์น่าดูน่าคลิกขนาดนั้น” เขาแทบไม่แคร์ที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมหรือเล่าปัญหาสังคมด้วยซ้ำ – เขาแค่ต้องการคอนเทนต์ซึ่งต้องเป็นเรื่องที่น่าเอาไปเล่าต่อได้ง่ายๆ เพื่อที่คนฟิลิปปินส์จะได้ดู” (อ่านเพิ่มเติม)

ถึงแม้ว่านาสเดลี่ย์ได้ออกมาแถลงแล้วว่าสิ่งที่เขาทำไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่หลังจากลูอิซ “แฉ” พฤติกรรมของเขา ประเด็นนี้ได้กลายเป็นเรื่องร้อนระอุในแวดวงออนไลน์ของประเทศฟิลิปปินส์ไปแล้ว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นาสเดลี่ย์เจอกระแสสังคมตีกลับใส่เขา ที่แน่นอนเลยก็คือนาสเดลี่ย์ไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนี้ ยังคงมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์คนอื่นที่ให้คุณค่ากับยอดวิวมากกว่าความถูกต้องในบริบทสังคม

ในประเทศไทยเองก็พึ่งมีประเด็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้เช่นเดียวกัน นั่นคือคุณมิ้นท์จากเพจ “IRoamAlone” ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเธอเจอกับปัญหาการสื่อสารที่ผิดพลาดอยู่หลายครั้ง และหลายครั้งที่สาธารณชนตั้งข้อสงสัยกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์คนนี้ว่าเธอได้คำนึงถึงปัญหาสังคมในการทำคอนเทนต์ของเธอหรือไม่ การสื่อสารกับลูกเพจและสาธารณชนในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาก็ทำให้เห็นว่าเธอสื่อสารได้ไม่ดีเท่าที่ควร และครั้งล่าสุดที่เธอเดินทางกลับจากอัฟกานิสถานได้อย่างปลอดภัย เธอยังคงสร้างปัญหาการสื่อสารให้กับตนเองอยู่อย่างต่อเนื่องจนต้องออกมากล่าวขอโทษและขอพักการทำคอนเทนต์ไปชั่วพักหนึ่ง

ปัญหาพวกนี้เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานตั้งแต่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเปิดโอกาสให้คนทั่วไปมีพื้นที่สาธารณะเป็นของตัวเอง ถึงแม้ว่าแพลตฟอร์มพวกนี้จะเปิดกว้างและมีอิสระในการสร้างคอนเทนต์ แต่มันจะดีกว่าไหมที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ต้องเริ่มพูดถึงจรรยาบรรณของการทำคอนเทนต์ในพื้นที่สาธารณะ ? ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์จะต้องมีหลักการทำคอนเทนต์เหมือนกับที่สื่อมวลชนกลุ่มอื่นมีหลักการของพวกเขาเอง ?

หนึ่งในหน้าที่หลักของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ คือการสร้างเนื้อหาให้คนทั่วไปได้เข้าถึง แต่ก็เหมือนกับอาชีพในพื้นที่สื่อมวลชนทั่วไปที่คนทำงานจะต้องมีจรรยาบรรณของการทำสื่ออยู่เสมอ ทุกคนล้วนต้องคำนึงอยู่เสมอว่าจะทำเนื้อหาอย่างไรให้เคารพสภาพความอ่อนไหวได้มากที่สุด และเนื้อหาแบบไหนที่ทำแล้วจะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ถึงแม้ว่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในแพลตฟอร์มเปิดอย่าง YouTube จะทำงานกันอย่างอิสระก็ตาม แต่พวกเขาเองก็หนีไม่พ้น “จรรยาบรรณ” ของการสื่อสารในพื้นที่สาธารณะเช่นเดียวกัน ถึงเวลาแล้ว

adisak.mha
Author

adisak.mha

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด IN FOCUS

เมื่อ #สื่อไร้จรรยาบรรณ เกิดขึ้น คนในวงการสื่อต้องแก้ตรงไหน?

ส่องสื่อ ในฐานะสถาบันสื่อที่ดำเนินการขึ้นเพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ในนิเวศสื่อ และเป็นสื่อที่เน้นสะท้อนสื่อด้วยกันเอง เราไม่รอช้าที่จะเก็บสถานการณ์สื่อที่เกิดขึ้น และมุ่งตรงไปถามยังนักวิชาการสื่อทั้ง 2 ท่าน เพื่อไขคำตอบและหาหนทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยทั้งนี้ ส่องสื่อไม่ได้มีเจตนาในการมุ่งให้ร้ายกับสื่อมวลชนสำนักใดสำนักหนึ่ง เพียงแต่เป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนเรียนรู้การทำสื่อมวลชนอย่างรับผิดชอบสังคมไปด้วยกัน และสร้าง Solution ที่ทำให้สังคมและสื่อเข้าใจร่วมกันในการนำเสนอในช่วงภาวะวิกฤตอีกด้วย

ระวี ตะวันธรงค์··5 min read

เมื่อการเสนอข่าวต้องมีความจริงมากกว่าความรู้สึก

จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงค่านิยมขององค์กรและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ที่สื่อมวลชนมีต่อสังคม

ระวี ตะวันธรงค์··1 min read

ทำไมคนเชื่อข้อมูลในไลน์มากกว่าการอ่านข่าว

เรามีสมาร์ทโฟนที่สามารถทำงานได้มากมาย นั่นจึงทำให้ขั้นตอนในการกระจายข่าวลดน้อยถอยลงไป กลับกันการมีสิ่งที่ทำให้สามารถกระจายข่าวได้เร็วขึ้นก็ย่อมส่งผลร้ายในการขาดการตรวจสอบข่าวที่ดีได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ระวี ตะวันธรงค์··1 min read

ข่าว.jpeg : สะดวกคนอ่าน อันตรายคนแชร์ โทษร้ายสังคม

หากพูดถึงการรับข้อมูลข่าวสารทุกวันนี้แล้ว ช่องทางที่สำคัญในการรับข้อมูลข่าวสารนั่นก็คือ “สื่อสังคมออนไลน์” นั่นเอง โดยเฉพาะในยุคที่ใครๆ ก็เป็นสื่อได้แล้ว การผลิตสื่อให้เข้าถึงประชาชนจึงง่ายมากขึ้น และสะดวกต่อการส่งต่อมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ระวี ตะวันธรงค์··1 min read