
เรื่องวุ่นๆ กว่าไทยทีวีสีช่อง 3 จะคู่ขนานกับดิจิทัลทีวี
เนื่องจากวันที่ 25 มีนาคม 2563 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ยุติออกอากาศในระบบแอนะล็อกตามสัญญาที่ทำร่วมกับ “อสมท” ได้หมดลง ทำให้ทางส่องสื่ออยากพาไปรู้จักว่า ช่อง 3 เป็นฟรีทีวีช่องเดียวในไทยที่ไม่สามารถคู่ขนานสองระบบเหมือนฟรีทีวีเดิมช่องอื่นๆ ได้ในช่วงแรก และเนื่องด้วยเหตุใดไปดูกัน
เมื่อมีการเปิดประมูลดิจิทัลทีวีช่วงปลายปี 2556 ช่อง 3 ได้ส่ง “บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด ในการประมูลทีวีดิจิทัล และได้ทำการทดลองออกอากาศในเวลาต่อมาโดยนำสัญญาณช่อง 3 แอนะล็อกเดิมมาคู่ขนานในช่วงทดลองออกอากาศทั้งทางช่อง 3 Family ช่อง 13, 3 SD ช่อง 28 และ 3 HD ช่อง 33
ทั้งนี้เมื่อผ่านช่วงทดลองออกอากาศไปแล้ว หลายคนยังไม่ทราบเรื่องนี้ ก็พบกับการแจ้งผู้ชมจากทางช่อง 3 ว่ายุติออกอากาศคู่ขนานกับทีวีดิจิทัล ในวันที่ 25 เมษายน 2557
ตอนนั้นหลายคนตกใจจึงเป็นกระแสตามกระดานสนทนา Pantip.com และพบว่ายังมีการดึงสัญญาณช่อง 3 แอนะล็อกไปออกอากาศที่ MUX ของ อสมท เป็นภาพแบบ SD 4:3 ให้รับชมได้อยู่ ซึ่งความจริงเป็นช่องไว้สำหรับทดสอบการส่งสัญญาณของ MUX อสมท ซึ่งหมดระยะเวลาแล้ว จึงมีการตั้งข้อสงสัยและสอบถามไปยัง กสทช. เพราะของที่ช่อง 3 ในนามประมูลจริงๆ จะอยู่ที่ MUX TPBS) เมื่อเรื่องถึงทาง กสทช. แล้ว ก็ได้มีการแจ้ง อสมท ให้ยุติการออกอากาศ

หลังจากนี้ ทางช่อง 3 ก็ไม่เคยได้คู่ขนานอีกเลย เหตุเพราะว่าทางช่อง 3 ได้กล่าวว่า บริษัทที่รับใบอนุญาตดิจิทัลทีวี นั้นก็คือ “บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด” ซึ่งคนละบริษัทกับ “บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จํากัด” ที่ได้รับสัมปทานช่องแอนะล็อกจาก อสมท ต่างจากช่องอื่นๆ ที่ใช้บริษัทเดียวกับที่รับสัมปทานแอนะล็อกในการประมูดิจิทัลทีวี
ดังนั้นส่งผลให้ทีวีดิจิทัลช่อง 3 ทั้ง 3 ช่องที่ประมูลได้ในขณะนั้นไม่สามารถนำเนื้อหาจากแอนะล็อกเดิมมาออกอากาศได้ เนื่องจากคนละนิติบุคคล และเนื่องจากช่องอะนาล็อก ไม่ได้รับสิทธิ์ Must Carry ในการออกอากาศ บนเคเบิลและดาวเทียม ทำให้ไม่สามารถออกอากาศบนช่องทางดังกล่าวได้ ยกเว้น ทางช่อง 3 ในนามบริษัทแอนะล็อก ไปจดทะเบียนการออกอากาศบนดาวเทียมและเคเบิล โดยต้องลดโฆษณาเหลือแค่ 6 นาที แต่ทางช่อง 3 ไม่มีแผนดำเนินการแบบนี้ แต่ทางดาวเทียมก็ยังมีผู้ให้บริการทำการออกอากาศอยู่แม้จะเริ่มประกาศว่าเตรียมนำช่องออกจากการให้บริการเร็วๆ นี้
ทางออกของช่อง 3 ในการแก้ไขปัญหานี้คือ ต้องมีการซื้อขาย คอนเทนต์ ข้ามบริษัทกัน (ซึ่งเป็นเครือเดียวกัน) เหมือนกับ โอนเงินข้ามกระเป๋านั่นเอง
หลังจากนั้นได้ไม่นานก็เริ่มมีการคู่ขนานรายการช่วงเช้า เสาร์ อาทิตย์ ทางช่อง 3 Family ช่อง 13

และก็ได้มีการหารือกับทาง กสทช. อยู่พักใหญ่ โดยทางช่อง 3 ได้กล่าวว่า ติดประเด็นเรื่องนิติบุคคล
แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงที่มีการแข่งขันโอลิมปิก ปี 2014 ที่อินชอน ประเทศเกาหลีใต้ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ได้คู่ขนานกับทางช่อง 3 HD 33 โดยได้ระบุว่าเป็นการเช่าเวลาออกอากาศ โดยคู่ขนานทุกส่วนของรายการรวมถึงโฆษณาขั้นรายการ
จนกระทั่งได้ข้อสรุปว่าสามารถคู่ขนานได้โดยเริ่มเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป เนื่องจากมติของ กสท. เป็นไปตามคำสั่งศาลปกครอง
ระวี ตะวันธรงค์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ดูในหมวด IN FOCUS →เมื่อ #สื่อไร้จรรยาบรรณ เกิดขึ้น คนในวงการสื่อต้องแก้ตรงไหน?
ส่องสื่อ ในฐานะสถาบันสื่อที่ดำเนินการขึ้นเพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ในนิเวศสื่อ และเป็นสื่อที่เน้นสะท้อนสื่อด้วยกันเอง เราไม่รอช้าที่จะเก็บสถานการณ์สื่อที่เกิดขึ้น และมุ่งตรงไปถามยังนักวิชาการสื่อทั้ง 2 ท่าน เพื่อไขคำตอบและหาหนทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยทั้งนี้ ส่องสื่อไม่ได้มีเจตนาในการมุ่งให้ร้ายกับสื่อมวลชนสำนักใดสำนักหนึ่ง เพียงแต่เป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนเรียนรู้การทำสื่อมวลชนอย่างรับผิดชอบสังคมไปด้วยกัน และสร้าง Solution ที่ทำให้สังคมและสื่อเข้าใจร่วมกันในการนำเสนอในช่วงภาวะวิกฤตอีกด้วย
เมื่อการเสนอข่าวต้องมีความจริงมากกว่าความรู้สึก
จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงค่านิยมขององค์กรและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ที่สื่อมวลชนมีต่อสังคม
ทำไมคนเชื่อข้อมูลในไลน์มากกว่าการอ่านข่าว
เรามีสมาร์ทโฟนที่สามารถทำงานได้มากมาย นั่นจึงทำให้ขั้นตอนในการกระจายข่าวลดน้อยถอยลงไป กลับกันการมีสิ่งที่ทำให้สามารถกระจายข่าวได้เร็วขึ้นก็ย่อมส่งผลร้ายในการขาดการตรวจสอบข่าวที่ดีได้ด้วยเช่นเดียวกัน
ข่าว.jpeg : สะดวกคนอ่าน อันตรายคนแชร์ โทษร้ายสังคม
หากพูดถึงการรับข้อมูลข่าวสารทุกวันนี้แล้ว ช่องทางที่สำคัญในการรับข้อมูลข่าวสารนั่นก็คือ “สื่อสังคมออนไลน์” นั่นเอง โดยเฉพาะในยุคที่ใครๆ ก็เป็นสื่อได้แล้ว การผลิตสื่อให้เข้าถึงประชาชนจึงง่ายมากขึ้น และสะดวกต่อการส่งต่อมากยิ่งขึ้นอีกด้วย



