ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Live · Breaking
“ชัชชาติ” อันดับ 1 ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเอนเกจเมนต์มากที่สุดในโซเชียลระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน“ชัชชาติ” อันดับ 1 ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเอนเกจเมนต์มากที่สุดในโซเชียลระบอบอากง ไม่ส่งผลกระทบ ! โพลชี้ “ชัชชาติ” ยังนำห่าง 67.30 %หนี้ภาษีหุ้นชินคอร์ป ทักษิณจะดึงเกม ยอมจ่าย หรือเลือกล้มละลาย ?“สามารถ” ผ่าเบื้องลึก รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กลายเป็นฝันค้างรู้จัก “พนัส ไทยล้วน” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “พ่อมดประกันสังคม”รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน
The Insight News
อนาคต ‘สุราไทย’ ในเวทีโลก 

อนาคต ‘สุราไทย’ ในเวทีโลก 

ระวี ตะวันธรงค์
ระวี ตะวันธรงค์
กองบรรณาธิการ
2 min read

การเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาทั้ง 2 ตำแหน่ง ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ทำให้เรามองเห็นความหวังว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งจะได้เข้าทำงานในสภา สานต่อนโยบายที่เคยให้สัญญาไว้กับประชาชน ซึ่งหนึ่งในนโยบายที่หลายคนจับตามอง คือ “ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า” ที่จะถูกผลักดันอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ไปต่อในสมัยที่แล้ว 

ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลได้เดินหน้าผลักดันการผลิตและจำหน่ายสุราเสรี โดยการผลักดัน “ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า” เพื่อเข้าสู่สภาและผ่านขั้นตอนการลงมติของตัวแทนประชาชน ที่มีนามว่า สภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. แต่เสียงข้างมากกลับปัดตกร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว และสิ่งที่เป็นตลกร้ายในเวลานั้น คือ รัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่รู้คิดอะไรอยู่ รีบหยิบยกกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ…. ขึ้นมาถกในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และประกาศในราชกิจจานุเบกษาในเช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันเดียวที่สภาฯ กำลังจะมีการลงมติ และช่วงการลงมติได้การนำกฎกระทรวงดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในการปัดตก พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า อย่างกับตั้งใจเสียอย่างนั้น 

รัฐบาลให้เหตุผลว่า กฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2565 เป็นการสร้างความชัดเจนระหว่างการผลิตสุราเพื่อบริโภคในครัวเรือนกับผลิตเพื่อการค้าง่ายต่อควบคุมคุณภาพ มาตรฐานการผลิตสุราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดเก็บภาษี จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงน อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามมากมายเกี่ยวกับกฎกระทรวงดังกล่าว ถึงความแตกต่างกับร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า การปรับแก้ไขในส่วนของรายละเอียดจะช่วยให้ผลิตสุราได้อย่างเสรีจริงหรือไม่ แล้วมีส่วนใดที่ยังเป็นข้อจำกัดของผู้ประกอบการรายย่อยบ้าง เพราะทั้งที่รัฐบาลพยายามอธิบายว่าแก้กฎหมายเพื่อให้รายย่อยสามารถแข่งขันในตลาดระดับกลางได้ แต่ที่สุดแล้วกลับยังติดข้อจำกัดเรื่องแรงม้า จึงนำไปสู่คำถามที่ว่า กฎหมายดังกล่าวไม่เอื้อนายทุนตรงไหน 

รู้หรือไม่ว่าก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไทยยังทำรายได้จากการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้สูงถึง 8.5 แสนล้านบาทในปี 2019 หากเปิดให้ผลิตสุราอย่างเสรีและมีข้อจำกัดไม่ยุ่งยากมาก เชื่อว่ารัฐจะสามารถจัดเก็บรายได้เข้ากระเป๋าทั้งจากการส่งออกและจำหน่ายในประเทศ เปิดรับนักดื่มหน้าใหม่จากต่างแดนเข้ามาลิ้มรสเปิดประสบการณ์รสชาติเหล้า เบียร์ ใหม่ๆ ที่มีแห่งเดียวในไทยเท่านั้น นอกเหนือจากที่ตลาดมีอยู่ในตอนนี้ 

ข้อมูลจาก Statiata คาดการณ์ว่า ปี 2566 มูลค่าตลาดแอลกอฮอล์ทั่วโลก จะอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ เบียร์มีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุด อยู่ที่ 6.1 แสนล้านดอลลาร์ จีนเป็นตลาดที่สร้างรายได้จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุดในโลก อยู่ที่ 3.36 แสนล้านดอลลาร์  การดื่มแอลกอฮอล์ของ 1 คนบนโลก เฉลี่ย 36.73 ลิตร สร้างรายได้ให้ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 209.4 ดอลลาร์ต่อคน และยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาจากออนไลน์คิดเป็น 6.6% นอกจากนั้นคาดการณ์ว่าปี 2566-2570 ตลาดจะโตได้อีก +5.42% ในทุกๆ ปี และปี 2570 คาดว่า 42% ของมูลค่าการใช้จ่าย และ 25% ของปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่ม จะมาจากการบริโภคนอกบ้าน นั่นหมายความว่าการใช้จ่ายนอกพื้นที่จะเพิ่มขึ้น ทำให้ร้านอาหาร สถานบันเทิงมีรายได้เพิ่มเงิน เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนรอบข้าง 

ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย 

สำหรับตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มเติบโตค่อยเป็นค่อยไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ผู้ผลิตทยอยออกไปลงทุนตั้งฐานการผลิตในตลาดส่งออกหลัก ทำให้การส่งออกจากแหล่งผลิตในไทยมีความสำคัญน้อยลง ซึ่งในช่วงปี 2563 มีโรงงานผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย 80 แห่ง โรงงานขนาดใหญ่ เน้นผลิตสุรา (แอลกอฮอล์ 28 ดีกรี) และเบียร์ คิดเป็น 49% โรงงานขนาดกลาง-เล็ก ผลิตสุราขาว สุราพื้นบ้านและไวน์  51%  

ส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทย เฉพาะเบียร์ มีมูลค่า 260,000 ล้านบาท (ข้อมูลปี 2563)  

  • บจก. บุญรอดบริวเวอรี่ 57.9%  
  • บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ 34.3%  
  • บจก. ไทย เอเชียแปซิฟิค 4.7%  
  • บริษัทอื่นๆ 3.1%  

สุรา มีมูลค่า 180,000 ล้านบาท 

  • บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ 59.5%  
  • บจก. ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) 8.0%  
  • บจก. รีเจนซี่ บรั่นดีไทย 4.4%  
  • บริษัทอื่นๆ 28.1%  

ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกผูกขาดการผลิตอยู่กับทุนรายใหญ่เพราะเงื่อนไขทางกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อรายย่อย เพราะ พ.รบ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 กำหนดให้เพียงผู้ที่มีกำลังการผลิตปริมาณมากเท่านั้นที่จะสามารถขออนุญาตผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ 

สาระสำคัญของกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2565  

1.เปิดโอกาสให้สุราชุมชนขนาดเล็ก จากที่ต้องใช้เครื่องจักรในการผลิตต่ำกว่า 5 แรงม้า และใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน ให้สามารถขยายกำลังการผลิตเป็นระดับกลาง ที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังการผลิตสูงกว่า 5 แรงม้า แต่ไม่เกิน 50 แรงม้า และสามารถใช้คนงานมากกว่า 7 คนได้ แต่ต้องไม่เกิน 50 คน แต่ผู้ผลิตสุราชุมชนที่จะขยายกำลังการผลิตจากระดับเล็กเป็นระดับกลาง จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสุราแช่ หรือสุรากลั่นชุมชนขนาดเล็กมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และไม่เคยกระทำความผิดตามกฎหมายภาษีสรรพสามิต หรือเคยกระทำความผิดและพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และต้องใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ตามมาตรฐานที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด และปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและกฎหมายเกี่ยวกับการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง 

2.ยกเลิกการกำหนดกำลังการผลิตขั้นต่ำและทุนจดทะเบียน ทั้งกรณีผลิตเบียร์เพื่อขาย ณ สถานที่ผลิต (Brewpub) และโรงงานผลิตเบียร์ขนาดใหญ่ ซึ่งเดิมนั้น ในกรณีผลิตเบียร์เพื่อขาย ณ สถานที่ผลิต (Brewpub) จะต้องมีขนาดการผลิตไม่ต่ำกว่า 100,000 ลิตรต่อปี และไม่เกิน 1 ล้านลิตรต่อปี กรณีโรงงานผลิตเบียร์ขนาดใหญ่ต้องมีขนาดการผลิตไม่ต่ำกว่า 10 ล้านลิตรต่อปี สำหรับทุนจดทะเบียนนั้น ต้องไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ กรณีผลิตเบียร์เพื่อขาย ณ สถานที่ผลิต (Brewpub) ต้องใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ตามมาตรฐานที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศกำหนด และปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและกฎหมายเกี่ยวกับการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง 

3. เปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่น้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และนิติบุคคลสามารถขอใบอนุญาตผลิตสุราที่มิใช่เพื่อขาย แลกเปลี่ยน หรือดำเนินการอื่นใดโดยได้รับประโยชน์ตอบแทน และต้องมีปริมาณการผลิตสุราไม่เกิน 200 ลิตรต่อปี ทั้งนี้สถานที่ผลิตสุราต้องมีพื้นที่เพียงพอที่จะผลิตสุราโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น และมิใช่สถานที่ผลิตสุราของผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสุรารายอื่น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของการบริโภคสุราและมิติของสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ 

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ”  บอกว่า ร่างกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2565 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณานั้นเป็นการแก้ไขปรับปรุงกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. 2560 ซึ่งทำให้เปิดโอกาสให้การผลิตสุราดำเนินการได้ง่ายขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก ปลดล็อกทั้งในเรื่องทุนจดทะเบียนและกำลังการผลิตขั้นต่ำ รวมถึงปลดล็อกให้ผลิดเพื่อดื่มในครัวเรือนได้ วงเล็บตัวโตๆ ว่าห้ามขาย  

สาระสำคัญ ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า  

พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า หรือร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่พรรคก้าวไกลเสนอต่อที่ประชุมสภาเพื่อปลดล็อกผลิตสุราเสรี ทลายการผูกขาดโดยนายทุน รายละเอียดเนื้อหามีทั้งสิ้น 7 มาตรา เน้นไปที่การแก้ไขมาตรการ 153 ที่เป็นปัญหาโดยเพิ่มคำว่า “การค้า” ลงในมาตรา 153 เพื่อเปิดให้ประชาชนสามารถผลิตสุราในครัวเรือนได้ จากเดิมคือ “ผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราหรือมีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุราไว้ในครอบครองให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดี….” เปลี่ยนเป็น “ผู้ใดจะประสงค์ผลิตสุราเพื่อการค้า ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดี…” พร้อมยกเลิกเกณฑ์ในการผลิตเหล้าเบียร์ ทั้งกำลังแรงคน และกำลังเครื่องจักร รวมถึงขั้นต่ำที่ต้องผลิต เพื่อให้ผู้ผลิตรายย่อยเข้าถึงได้ และในกรณีของการตั้งบริษัทเบียร์ ไม่กำหนดทุนจดทะเบียน ยกเว้นการกำหนดสัดส่วนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย 

นอกจากนั้น ร่างแก้ไขของก้าวไกลยังระบุว่า การกำหนดเงื่อนไข แนวทางปฏิบัติ และเกณฑ์การผลิตสุราที่ไม่เหมาะสม ถือเป็นการจำกัดเสรีภาพของประชาชนเกินเหตุ เป็นการกีดกันประชาชนออกจากการประกอบอาชีพ ซึ่งขัดต่อมาตรา 40 ที่ว่าด้วยเรื่องสิทธิในการประกอบอาชีพ จึงควรปรับกฎหมายให้เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น 

 อย่างไรก็ตามอนาคตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยมีลู่ทางที่สดใสมากขึ้น และจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สร้างรอยยิ้ม ความสุข ให้ฐานราก และยังเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคอีกด้วย   

อนาคต “สุรา” ไทยจะเป็นอย่างไร คงต้องฝากความหวังไว้กับสภาใหม่เป็นผู้ผลักดันต่อไป

ระวี ตะวันธรงค์
Author

ระวี ตะวันธรงค์

แชร์บทความนี้

ช่วยกระจายข่าวเชิงลึกให้คนมากขึ้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูในหมวด POLITICS

รู้จัก “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือชัชชาติ ที่มาวาทกรรม “ระบอบอากง”

บทความวิเคราะห์เกี่ยวกับ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” กุนซือผู้ว่าฯ กทม. และวาทกรรมการเมือง “ระบอบอากง” ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569

Srawut··1 min read

TH-AI Passport ระเบิดเวลาภูมิใจไทย ! หาก “ไชยชนก” ดันทุรัง

โครงการ TH-AI Passport ของรัฐมนตรี ไชยชนก ชิดชอบ ถูกวิจารณ์เรื่องงบประมาณ กฎหมาย และการจัดซื้อจัดจ้าง ที่อาจเกิดผลกระทบต่อการเมืองและเชื่อมโยงกับรัฐบาลอนุทิน

Srawut··1 min read

“สุรพล นิติไกรพจน์” อดีต สนช. สู่กุนซือทีมผู้ว่าฯ พรรคประชาชน

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตสมาชิกสนช. ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบรรจบกับค่ายส้ม

Srawut··1 min read

ไทยกำลังเสียอธิปไตยในการสื่อสาร จากสิทธิขั้นพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ

ไทยกำลังเสี่ยงสูญเสีย “อธิปไตยทางการสื่อสาร” จากการขาดแผนงานรองรับทีวีดิจิทัล และการถูกครอบงำจากแพลตฟอร์มต่างชาติ

Srawut··1 min read